Integrity Legal

Posts Tagged ‘IR1’

7th July 2020

The Immigration systems of both the United States of America and the Kingdom of Thailand have arguably been subjected to more changes recently than they have undergone in many years. Recently, President Trump announced an expansion of his travel ban on certain foreign nationals. The relevant portions can be found in the excerpt from the White House’s website:

Sec2.  Suspension and Limitation on Entry.  The entry into the United States of any alien seeking entry pursuant to any of the following nonimmigrant visas is hereby suspended and limited, subject to section 3 of this proclamation:

(a)  an H-1B or H-2B visa, and any alien accompanying or following to join such alien;

(b)  a J visa, to the extent the alien is participating in an intern, trainee, teacher, camp counselor, au pair, or summer work travel program, and any alien accompanying or following to join such alien; and

(c)  an L visa, and any alien accompanying or following to join such alien.

It should be noted, although the expanded ban appears to have rather wide ranging effects, those seeking the K-1 visa for a foreign fiancee, a K-3 visa, CR-1 visa, or IR-1 visa for the spouse of an American citizen are unaffected by this recent proclamation. That stated, while this ban does not have a direct impact, the fact that US Embassies and Consulates overseas are still not open for visa processing continues to stall immigration matters.

Meanwhile, Thailand is taking stringent measures in an attempt to forestall any further spread of COVID-19 in the Kingdom. With nearly 6 weeks of zero in-country transmissions, Thailand is a proving to be a global success story in the “fight” against Coronavirus. These measures appear to be bearing fruit, but Thailand remains in lock down from an international travel context. It was recently announced that some foreigners would be allowed to enter Thailand. At the same time, Thai officials are attempting to implement a “travel bubble” scheme which will allow some tourists to enter Thailand under specific conditions. As of the time of this writing, the initiation of “travel bubbles” has yet to be seen, but they are expected to come online in September. Thereafter, there will be a phased program of increasingly less stringent restrictions with the culmination presumably manifesting as tourism to resume as normal. It should be noted that the countries surrounding Thailand appear to be taking similar positions to that of Thailand with respect to inbound tourist arrivals, at least for the foreseeable future.

more Comments: 04

4th November 2010

การบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองอเมริกัน (USCIS) รับผิดชอบในการวินิจฉัยและขั้นตอนการทำคำขอเพื่อสิทธิประโยชน์คนเข้าเมืองอเมริกัน เรื่องหลักๆส่วนมากแล้ว ผู้ยื่นคำขอประสงค์ที่จะยื่นคำขอในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามในบางกรณี อาจมีความเป็นไปได้ที่การยื่นขอสิทธิประโยชน์ของวีซ่าคู่แต่งงานอาจยื่นที่สำนักงานUSCISที่อยู่ต่างประเทศ หรือยื่นโดยตรงที่กงสุลอเมริกา สถานทูตที่อยู่ต่างประเทศ

ภาคส่วนการปฏิบัติการ USCIS ระหว่างประเทศ สำนักงานนโยบายเละโครงสร้าง สำนักงานความผูกพันสาธารณะเชิญคุณเข้าร่วมในการประชุมทางไกลเพื่อที่จะอภิปรายถึงการเปลี่ยนแปลงในการวินิจฉัยฟอร์ม I-130 คำร้องของญาติคนต่างชาติซึ่งยื่นโดยผู้ยื่นคำขอที่พักอาศัยอยู่ต่างประเทศ ในเวลานี้ ผู้ยื่นคำขอที่อาศัยอยู่นอกสหรัฐอเมริกาอาจจะยื่นฟอร์ม I-130 และคำขอนั้นจะวินิจฉัยโดยสำนักงาน USCIS หรือกงสุลอเมริกันที่อยู่ในต่างประเทศ USCIS กำลังทบทวนทางเลือกที่จะมีการวินิจฉัยฟอร์มI-130อย่างเป็นการภายใน ในระหว่างช่วงนี้ USCISจะจัดการภาพรวมที่อาจจะกระทบต่อการยื่นแบบฟอร์มและคำวินิจฉัยในขณะเดียวกับการตอบคำถามและคลายความกังวลจากผู้ถือผลประโยชน์

ไม่ว่านโยบายที่เสนอไปนั้นจะเกิดผลหรือไม่ แต่ถ้านโยบายนี้มีผลบังคับใช้แล้ว การทำวีซ่าถาวรจะมีความเป็นไปได้ที่จะยื่นขอรับผลประโยชน์วีซ่าในสหรัฐอเมริกา

ขั้นตอนการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกานั้นขึ้นอยู่กัข้อเท็จจริงที่หลากหลายและประเภทของวีซ่า ดังนั้นผู้ที่มองหาวีซ่าประเภท CR1 หรือ IR1จะไม่ต้องประสบกับขั้นตอนเดียวกับผู้ที่กำลังทำวีซ่าประเภท K1 ผู้ที่กำลังจะมองหาสิทธิประโยชน์ของวีซ่าประเภทไม่ถาวรในขณะเดียวกันผู้ยื่นคำขอก็ไม่ประสงค์ที่จะเริ่มยื่นคำขอเกี่ยวกวับการเข้าเมืองในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นคำขอสำหรับวีซ่าประเภทไม่ถาวรจะต้องได้รับการตรวจสอบตามบทบัญญัติมาตรา 214บี พระราชบัญญํติสัญชาติและคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาซึ่งมีแนวโน้มที่อาจจะได้รับการปฏิเสธวีซ่าเมื่อเปรียบเทียบวีซ่าประเภทอื่น

หลายๆคนอาจจะสนใจที่จะใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการเข้าเมืองในขณะเดียวกับการหาคำแนะนำที่น่าเชื่อถือจากผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา ทนายความอเมริกันเท่านั้นที่จะมีสิทธิที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการให้คำแนะนำและคำปรึกษาในเรื่องการเข้าเมือง

To read this post in English please refer to the previous posting on this blog.

more Comments: 04

4th October 2010

บทความนี้ขอนำเสนอมุมมองในการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาประเภทท่องเที่ยวสำหรับแฟนชาวต่างชาติของพลเมืองอเมริกัน

พลเมืองอเมริกันหลายคนต่างละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า กงสุลอเมริกันมีอิสระในการพิจารณาคำขอวีซ่าประเภทที่ไม่ใช่ผู้อพยพ ( non-immigrant)ซึ่งมีการยื่นคำขอจากทั่วโลก สิ่งที่ต้องตระหนักถึงคือ ในแต่ละปี ชาวอเมริกันทั้งชายและหญิงเดินทางออกนอกสหรัฐอเมริกาและพบกับคนที่พิเศษ ในสถานการณ์นี้อาจมีคำถามมากมายเช่น ต้องทำอย่างไรที่จะขอวีซ่าสำหรับแฟนชาวต่างชาติเพื่อเดินทางมาที่สหรัฐอเมริกา คำตอบสำหรับคำถามนี้อาจไม่ง่ายเหมือนจุดเริ่มต้น

อ้างถึงมาตรา 214(b) พระราชบัญญัติสัญชาติและการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่กงสุลในองค์กรของสหรัฐอเมริกา สถานทูตอเมริกา หรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาสันนิษฐานว่าผู้ยื่นคำขอวีซ่าประเภทที่ไม่ใช่ผู้อพยพ (non-immigrant )เป็นผู้ที่มีเจตนาที่จะอพยพเข้าเมือง เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น สิ่งเหล่านี้นำไปสู่การวิเคราะห์ข้อเท็จจริงโดยเจ้าหน้าที่กงสุลเจ้าหน้าที่กงสุลต้องเชื่อว่า ผู้ยื่นคำขอมีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นต่อประเทศของผู้ยื่นคำขอหรือประเทศอื่นๆนอกจากสหรัฐอเมริกาและต้องมีความผูกพันที่ไม่มากกับสหรัฐอเมริกา ในหลายๆกรณีการที่มีแฟนเป็นคนอเมริกันนั้นส่งผลให้ความผูกพันแน่นแฟ้นกับประเทศบ้านเกิดนั้นน้อยลงและนำไปสู่การปฏิเสธวีซ่าตามาตรา 214(b) เหตุผลนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่ควรที่จะแปลความหมายผิด เจ้าหน้าที่สามารถที่จะปฏิเสธคำขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ตามกฎหมายถ้าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถพิสูจน์ข้อสันนิษฐานตามมาตรา 214(b)

ด้วยเหตุผลที่สนับสนุน การที่จะพิสูจน์ให้ได้ตามมาตรา 214b แทบจะเป็นไปไม่ได้ในบางเขตอำนาจกงสุล สิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงจากตัวอย่างที่ผ่านมามีการใช้วีซ่าประเภทที่ไม่ใช่ผู้อพยพ(non-immigrant visa)ในทางที่ผิดส่งผลถึงคำขอของการปรับเปปลี่ยนสถานะกับบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองอเมริกา (USCIS)ตามสถิตินี้ ข้อสันนิษฐานตามกฎหมายมาตรา 214(b)ทำไห้ไม่มีความหวังในการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกานั้นตั้งแต่เริ่มต้น

สิ่งที่ควรตระหนักถึงคือ มีหลายคู่ที่หลังจากทำความรู้จักซึ่งกันและกันและพัฒนาความสัมพันธ์ให้คงอยู่ตลอดไปสามารถที่จะรับสิทธิประโยชน์จากวีซ่าครอบครัวอเมริกัน แตกต่างจากวีซ่าประเภทไม่ใช่ผู้อพยพ (non-immigrant visa) ผู้ยื่นขอวีซ่าประเภทผู้อพยพ (immigrant visa) (หรือผู้สมัครวีซ่าที่มีวัตถุประสงค์สองอย่าง)ไม่ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของกงสุลตามมาตรา 214 (b)ของ INA ดังนั้นการที่จะขอวีซ่าประเภทK1, IR1 และ CR1 ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามมาตรา 214(b) อาจกล่าวได้ว่าการยื่นคำขอวีซ่านั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตและวีซ่าครอบครัวต้องมีความสัมพันธ์ที่แท้จริงที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากวีซ่าอเมริกา

more Comments: 04

26th May 2010

In recent postings on this blog, this author has discussed proposed fee increases for Consular services at US Embassies and Consulates outside of the United States of America.  Recently the American State Department made the following announcement:

The Department is increasing fees to ensure sufficient resources to cover the rising cost of processing nonimmigrant visas. This increase applies both to nonimmigrant visas placed in passports and to border crossing cards issued to certain applicants in Mexico. The new, tiered fee structure was created to cover the higher unit costs for processing certain categories of nonimmigrant visas that are more complicated and require more in-depth consideration than most other categories of nonimmigrant visas. The Department is required to recover, as far as possible, the cost of processing nonimmigrant visas through the collection of the application fees. For a number of reasons, including new security enhancements, the $131 fee set on January 1, 2008 no longer covers the current, actual cost of processing nonimmigrant visas. Under the new schedule of fees, applicants for all visas that are not petition-based, including B1/B2 tourist and business visitor visas and all student and exchange visitor (F, M and J) visas, will pay a fee of $140. Applicants for petition-based visas will pay an application fee of $150. These categories include:


· H visa for temporary workers and trainees
· L visa for intracompany transferees
· O visa for aliens with extraordinary ability
· P visa for athletes, artists and entertainers
· Q visa for international cultural exchange visitors
· R visa for religious occupations

The application fee for K visas for fiancé(e)s of U.S. citizens will be $350. The fee for E visas for treaty-traders and treaty investors will be $390.

The last portion of this announcement is of the most pressing concern to those wishing to bring a Thai loved one to the USA. Many Americans opt to use a K1 visa to bring a Thai fiancee to the United States. In the past, many also utilized the K3 Visa to bring Thai spouses to the USA. At the time of this writing the National Visa Center (under the authority of the Department of State) is administratively closing all I-129f petitions for K3 Visas if the underlying I-130 petition has been submitted to the NVC concurrently with, or prior to, the submission of the I-129f petition. Therefore, the increase in fees is unlikely to have a major impact upon those seeking a US marriage visa as the vast majority of US Marriage visas being processed out of any US Consulate or US Embassy are immigrant visas (CR1 or IR1) rather than non-immigrant K3 visas.

For further general information about US Immigration from Thailand please see: Fiance Visa Thailand.

more Comments: 04

4th May 2010

ในกระทู้ก่อนๆ เราได้พูดกันถึงเรื่องกฎภายในของ NVC ที่เปลี่ยนไป NVC ประกาศว่าให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 NVC จะไม่ดำเนินการเกี่ยวกับคำขอ I 129F ที่เกี่ยวกับวีซ่าคู่สมรสอีกต่อไปหากว่า คำขอ I-130 มาถึง NVC ก่อนหรือพร้อมกับคำขอ I 129F มีคนที่สงสัยว่าจะมีผลต่อผู้ขอวีซ่าอย่างไร สำหรับคนที่จะขอวีซ่า เค ทรี ผลของประกาศนี้สำคัญมากเพราะในหลายๆเคส NVC จะเรียกให้ผู้ที่ต้องการขอวีซ่าคู่สมรสถาวรขอวีซ่าคู่สมรสเช่น IR1 หรือ CR1 แทนที่จะเป็นวีซ่าทางด่วนแบบ เค ทรี  อย่างไรก็ตามมีบางคนข้องใจว่าเรื่องนี้จะมีผลต่อวีซ่าคู่หมั้นอย่างไร

เพื่อขอวีซ่าคู่หมั้น บุคคลสัญชาติอเมริกันต้องยื่นคำขอ I-129F สำหรับวีซ่าเค วัน เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติแล้ว จะถูกส่งต่อไปยัง NVC เพื่อตรวจสอบทางความมั่นคง หลังจากที่ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย จะถูกส่งต่อไปยังสถานทูตสหรัฐหรือกงสุลสหรัฐที่มีเขตอำนาจ ซึ่งก็อาจจะมีความสับสนเกิดขึ้นเนื่องจากบางคนอาจจะเข้าใจว่าคำขอ I 129F นั้นถูกยกเลิกสำหรับกรณีวีซ่าคู่หมั้นด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเนื่องจากการยกเลิกคำขอ I 129F นั้นเกิดขึ้นเฉพาะกับกรณีวีซ่า เค ทรี ไม่ใช่ วีซ่าเค วัน การเปลี่ยนแปลงที่ว่าไม่มีผลกับการขอวีซ่าเควันแต่อย่างใดเพราะกฎนี้มีขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงการขอวีซ่าเค ทรี โดยเฉพาะ

ข้อดีของการพัฒนาในครั้งนี้ก็คือ NVC สามารถนำทรัพยากรบุคคลที่ดูแลเรื่องคำขอ I 129F สำหรับวีซ่าเค ทรี มาใช้ดูแลวีซ่าถาวรหรือวีซ่าคู่หมั้นก็เป็นได้ นั้นหมายความว่า ในความคิดเห็นของผู้เขียนนั้น ขั้นตอนการดำเนินการของวีซ่า เค วันนั้นค่อนข้างมีประสิทธิภาพยู่แล้ว และ NVC มักใช้เวลาไม่นานในการดำเนินการวีซ่าเค วัน ในเคสส่วนใหญ่ที่ดำเนินการโดยสถานทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย จะมีระยะเวลาการรอประมาณ 2 สัปดาห์ระหว่างที่ คำขอ I 129F ได้รับอนุมัติแล้วโดย USCIS และถูกส่งต่อจาก NVC มายังสถานทูต สำหรับคนทั่วๆไปก็เป็นระยะเวลาที่รอได้ และในกรณีวีซ่าถาวร ขั้นตอน NVC อาจจะนานขึ้นนิดหน่อยเนื่องจาก NVC ต้องการเอกสารมากขึ้นสำหรับวีซ่าถาวร เมื่อเทียบกับวีซ่าไม่อพยพ

For more information in English please see K1 visa or Fiance Visa Thailand.

more Comments: 04

19th April 2010

สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารวีซ่าอเมริกาที่เรียกว่า Notice of Action 2 ซึ่งถูกกล่าวถึงบ่อยในกรณีที่เกี่ยวกับคำขอวีซ่าคู่สมรสและวีซ่าคู่หมั้น กะทู้นี้จะอธิบายว่า Notice of Action 2 คืออะไร และมีความหมายอย่างไรกับคำขอวีซ่าที่อยู่ระหว่างพิจารณา

เมื่อยื่นคำขอวีซ่า เอกสารตอบรับฉบับแรกที่ได้รับจาก USCIS คือใบรับเรียกว่า Notice of Action 1 ( NOA 1 ) เพื่อเป็นการแจ้งแก่ผู้ยื่นขอวีซ่าว่า USCIS ได้รับคำขอวีซ่าแล้ว มีบางกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่องเห็นว่าต้องมีการยื่นหลักฐานเพิ่มเติมก่อนที่เรื่องจะได้รับการพิจารณา ในกรณีเช่นว่านี้ คำขอหลักฐาน ( รู้จักกันในชื่อ RFE ) จะถูกส่งไปยังผู้ยื่นขอวีซ่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีส่วนใหญ่ หลักฐานเพิ่มเติมก็ไม่มีความจำเป็นและหากว่าคำขอวีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว Notice of Action 2 ก็จะถูกส่งไปยังผู้ยื่นขอวีซ่า ถ้าคำขอวีซ่าถูกปฏิเสธ ก็จะมีการส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้ยื่นเช่นกัน

แม้ว่าจะไม่ค่อยเกิดขึ้นซักเท่าไหร่สำหรับคำขอวีซ่าครอบครัว การปฏิเสธของ USCIS ก็สามารถเกิดขึ้นได้ การปฏิเสธมักเป็นผลมาจากการที่คำร้องนั้นไม่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์อันแท้จริงระหว่างผู้ยื่นและผู้รับผลประโยชน์ในขณะที่ยื่น หรือในอีกกรณีคือการที่ยิ่นขอวีซ่าผิดประเภท การสมรสตามประเพณีไทยก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เข้าใจทางเลือกในการขอวีซ่าอพยพเมริกาได้อย่างผิดๆ ในประเทศไทย หากว่าการสมรสนั้นมิได้เป็นการจดทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ ก็ถือว่ามิได้เป็นการสมรสโดยถูกต้องตามกฎหมายในสายตาของ หน่วยงานคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาและไม่ถือว่าเป็นเหตุที่ทำให้สามารถขอวีซ่าอพยพเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาได้

ดังนั้น หากว่าคู่รักที่ได้สมรสกันอย่างไม่เป็นทางการยื่นขอวีซ่า IR 1, CR 1 หรือ K3 คำขอก็จะถูกปฏิเสธเพราะว่ามีคุณสมบัติไม่เพียงพอในการออกวีซ่าให้ อย่างไรก็ตามสำหรับคู่รักในกรณีเหล่านี้ คุณสามารถขอวีซ่า K1 ได้

หลังจากที่ USCIS ออก Notice of Action 2 ให้ คำขอจะถูกส่งต่อไปยัง National Visa Center ในกรณีที่เกี่ยวกับวีซ่าอพยพถาวร NVC จะดึงเรื่องไว้นานพอสมควร อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณี ของวีซ่า K1 NVC จะไม่ดึงเรื่องเอาไว้นานสักเท่าไหร่ แต่จะดำเนินการตรวจสอบทางความมั่นคงและส่งต่อเรื่องไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกา ในกรณีคู่หมั้นชาวไทย จะมีการส่งเรื่องไปยังสถานทูตสหรับอเมริกาประจำกรุงเทพมหานคร กงสุลใหญ่ ประจำเชียงใหม่ จะไม่ดำเนินการวีซ่าอพยพถาวร

more Comments: 04

14th April 2010

ในกระทู้นี้เราจะกล่าวถึง Notice of Action 1 หรือ NOA 1 เพื่อแสดงคำนิยามทางกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาที่แม่นยำให้แก่ผู้ที่กำลังจะขอวีซ่าอเมริกาจากประเทศไทย

ในกรณีเกี่ยวกับคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเข้าเมืองด้วยจุดประสงค์ทางครอบครัว คำขอจะต้องได้รับการอนุมัติจาก USCIS เสียก่อน หน่วยงานนี้เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับกระทรวงความมั่นคงสหรัฐอเมริกา (DHS)

เมื่อคู่รักเลือกที่จะยื่นขอวีซ่าสหรัฐอเมริกา ก็มักจะเป็นวีซ่า CR 1 , IR 1, K3 หรือ K 1 วีซ่า CR 1, IR 1 และ K 3 เป็นวีซ่าประเภทคู่สมรสอเมริกาทั้งหมด ในขณะที่วีซ่า K 1 เป็นวีซ่าคู่หมั้น วีซ่าประเภทเหล่านี้จะต้องได้รับการอนุมัติจาก USCIS ก่อนที่จะมีการกำหนดสัมภาษณ์ ในทางกลับกันวีซ่า B1, B2, F1 และ J1 เป็นวีซ่าไม่อพยพ ( ซึ่งไม่อนุญาตให้มีเจตนาในการเข้าเมืองเพื่อวัตถุประสงค์อื่นอีก ) และไม่จำต้องได้รับการอนุมัติจาก USCIS เสียก่อน ข้อควรสังเกตคือวีซ่าไม่อพยพประเภทเหล่านี้เป็นการยากที่จะขอสำหรับคนรักของบุคคลสัญชาติอเมริกันตามมาตรา 214b แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและสัญชาติ มาตรานี้ได้วางหลักถึงข้อสันนิษฐานที่จะต้องทำให้ปราศจากความสงสัยให้ได้ก่อนที่จะออกวีซ่าให้

เมื่อบุคคลสัญชาติอเมริกันยื่นคำขอวีซ่า K1, K3, CR1 หรือ IR1 จะต้องยื่นคำขอไปยัง USCIS เสียก่อน มีศูนย์บริการ USCIS อยู่สองแห่งโดยขึ้นอยู่กับภูมิลำเนาของผู้ยื่นขอชาวอเมริกัน ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอต่อ USCIS และจะมีการออกใบรับให้เรียกว่า Notice of Action 1 (NOA1 ) ใบรับนี้จะแสดงชื่อผู้ยื่นคำขอและผู้รับผลประโยชน์ รวมถึงวันที่รับเรื่องและวันที่ออกใบรับ ใบรับนี้จะแสดงหมายเลขเรื่องด้วย

สำหรับผู้ที่ใช้บริการทนายความทำวีซ่าอเมริกา สำเนา Notice of Action 1 จะถูกส่งไปยังทนายความในกรณีที่ทนายความได้ยื่นแบบ G28 เข้าไปด้วยกับคำขอวีซ่า ก่อนทีจะใช้บริการกับทนายคนใด คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะมีการยื่นแบบ G28 ด้วยเนื่องจากมันค่อนข้างมีความสัมพันธ์ต่อการดำเนินการตามคำขอวีซ่า และบริษัทวีซ่าไม่สามารถกระทำการแทนลูกค้าต่อ USCIS ได้ดังนั้นน่าจะเป็นการดีที่จะตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่คุณต้องการให้เป็นตัวแทนให้ และโชคไม่ดีที่ในประเทศไทยมีผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาติอยู่มากมายที่ปฏิบัติงานเช่นทนายความมีใบอนุญาติของสหรัฐอเมริกา

Notice of Action 1 นั้นเป็นคนละตัวกับจดหมายจากสถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย จดหมายนี้เรียกว่า Packet 3 และจะถูกส่งในช่วงท้ายๆของกระบวนการคนเข้าเมืองแล้วเท่านั้น

more Comments: 04

15th May 2009

US Visas for Immediate Relatives related by Marriage


For those who wish to bring their family to the United States there are options under United States Immigration Law that allow immediate relatives of American Citizens entry into the United States as well as the possibility of permanent residence. At one time, the most common method of bringing a loved one to the United States was by marriage and petitioning for an immediate relative visa to the USA. The application for an Immediate Relative Visa was the I-130.

Congress then passed legislation creating two visa categories, where before there had been only one, for relatives related by marriage. Currently, there is what is known as a CR-1 visa which stands for Conditional Resident Visa. The conditionality of this visa means that the visa is conditioned upon the marriage lasting for two years. The other type of marriage visa is the IR-1 Visa. This visa is a Immediate Relative visa and there are no conditions implied with this visa.

As the legal situation evolved and the backlog of Immigration petitions increased, it became necessary to provide a more expedited visa for spouses of American Citizens. For this reason, legislation creating the K3 visa was enacted.

As recently as 2 months ago, this author advised clients that the K3 was an efficient and expeditious method of bringing a spouse to the USA in comparison to the CR-1 or IR-1 Visas. However, the United States Citizenship and Immigration Service (USCIS) has recently cleared a great deal of its backlog of cases and as a result the processing times for the I-129f petition (the Supplemental petition filed in order to obtain a K3 visa, those seeking a K1 visa will recognize this as the application form for that visa category) are nearly the same as the I-130 petition.

A K3 visa has many advantages and tactical uses, but the speed advantage of the K3 visa has recently been diminished by the faster processing time of the I-130 petitions. The I-130 is currently processing quickly, but the backlog could increase again later, although it does not seem likely. At its inception the K3 visa was being issued as a multiple entry non-immigrant visa with a validity of ten years. However, at the time of this writing, the K3 visa is being issued with a validity of two years. CR-1 Visas conditional period lasts for two years while IR-1 Visas, as mentioned previously, are unconditional

Deciding which category of US marriage visa to use is a decision that should be made after thoughtful study and consultation with the loved one who will be immigrating as well as an attorney should a couple find it necessary to retain one.

(Note: The information contained herein is meant for general use only and is not meant as a commentary on specific situations. This writing should not be used as an alternative for personalized legal advice from a competent attorney. No Lawyer-Client relationship is created between the reader and writer of this piece.)

more Comments: 04

The hiring of a lawyer is an important decision that should not be based solely on advertisement. Before you decide, ask us to send you free written information about our qualifications and experience. The information presented on this site should not be construed to be formal legal advice nor the formation of a lawyer/client relationship.