Integrity Legal

Archive for January, 2011

31st January 2011

เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของบล็อกเกอร์ โดยทางสื่อสิ่งพิมพ์ในกรุงเทพฯ ประเทศไทยซึ่งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)กับองค์กรอื่นๆและคณะบุคคลอื่นๆเรียกร้องที่จะให้มีบทลงโทษทางเศรษฐกิจต่อสหภาพพม่า (บางครั้งเรียกว่า พม่า) ในขณะที่มีการค้นคว้าในโลกออนไลน์ตามเรื่องที่อ้างต่อไปนี้ทางเว็บไซต์ Rttnews.com

การประชุมอย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) เรียกร้องในการให้มีบทลงโทษทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลทหารของพม่า

การประชุมนี้จัดขึ้นในเกาะลัมบอกของอินโดนีเซียมีการเรียกร้องโดยอ้างถึงความก้าวหน้าทางการเมืองที่สำคัญของกลุ่มประเทศในอาเซียน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์ตี้ นาทาลีกาวาผู้ที่เป็นประเมศที่มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งขององค์กรที่มีสมาชิกอยู่สิบประเทศกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “พวกเราเชื่อว่า  การพัฒนาเมื่อเร็วๆนี้ต้องการที่จะได้รับการตอบรับจากสังคมนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อที่จะเป็นหลักประกันความมั่นใจว่า การพัฒนาเศรษฐกิจในเมียนมาร์สามารถที่จะเกิดขึ้นได้”

เขากล่าวว่า รัฐมนตรีของอาเซียนรู้สึกถึงการรอคอยการเลือกตั้งที่ยาวนานซึ่งเขาอธิบายถึง ซึ่งอธิบายถึง การเป็นตัวนำและความโปร่งใสของการปล่อยตัวผู้นำฝ่ายค้าน อองซาน ซูจีซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนานาชาติ

การเพิ่มมาตรการการลงโทษยังคงเป็นที่สังเกตได้ แต่ในช่วงของการประกาศจากอาเซียน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Straits Times รายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐในเมียนมาร์กำลังเริ่มที่จะเปิดตลาดหลักทรัพย์ในเมียนมาร์ อ้างโดยตรงจากเว็บไซต์ StraitsTimes.com:

กรุงเทพ-เมียนมาร์ในระหว่างการจัดการหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้เกี่ยวกับการเปิดตลาดหลักทรัพย์ ขั้นตอนล่าสุดโดยการออกกฎของรัฐบาลทหารซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการนำเงินลงทุนในต่างประเทศเข้ามาในประเทศ

การแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลิดตลาดการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในลาวและในการเปิดตลาดหุ้นที่ยาวนานในกัมพูชาซึ่งจะเปิดในเดือนกรกฎาคม ทั้งสองนั้นเป็นผู้ร่วมลงทุนกับรัฐบาล

ในบล็อกก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้พูดถึงการเปิดตลาดหลักทรัพย์ในลาวและการประกาศที่จะเปิดตลาดหลักทรัพย์ในกัมพูชาซึ่งจะเปิดในกลางปี 2011 ในกรณีของเมียนมาร์ เป็นที่ปรากฏอย่างชัดเจนว่า แผนงานต่างๆของการเปิดตลาดหลักทรัพย์ในเมียนมาร์ยังคงเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอนตามที่มีการอ้างถึงในการเขียนใน Stratis Times

โฆษกของตลาดหลักทรัพย์ในกรุงโซลรายงานว่า ตัวแทนได้เยือนพม่าสองครั้ง “แต่ยังคงไม่มีการตัดสินใจใดๆเกิดขึ้น” เจ้าหน้าที่กล่าว

แม้ว่าการเปิดตลาดหลักทรัพย์ในพม่าไม่ได้เป็นบทสรุปที่แน่นอนแล้ว แต่ยังคงมีคนจำนวนมากที่อ้างถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจซึ่งจะทำให้ทำให้เกิดผลประโยชน์ที่มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่โต้แย้งถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในเมียนมาร์ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อเมียนมาร์บนพื้นฐานของหลักที่ว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก อ้างเพิ่มเติมจาก Straits Times

เมียนมาร์เป็นประเทศที่อุดุมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแต่การพัฒนายังคงล้าหลังอยู่เกือบห้าสิบปีของการขาดการบริหารทางเศรษฐกิจภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารและบทลงโทษของตะวันตก

แต่การปฏิรูปภายใต้แนวทางนั้น เจ้าหน้าที่รัฐมีการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินของรัฐในปีที่แล้วและค้นหาวิธีที่จะสั่งห้ามเรื่องเกี่ยวกับกษัตริย์ การติดต่อสื่อสาร การขนส่งทางเรือ และภาคเกษตรกรรม-รอยเตอร์

เมียนมาร์เป็นแหล่งของทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ในเวลาที่เขียนบทความนี้หลายๆชาติ เช่นสหรัฐอเมริกา มีบทลงโทษต่อชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งห้ามการจัดกิจกรรมทางการค้า มีบางอย่างที่ถกเถียงกันว่า บทลงโทษที่รุนแรงนั้นจะทำให้ประชากรชาวพม่ามีชีวิตที่แร้นแค้นขึ้น แต่การโต้แย้งนั้นเป็นสมมติฐานทั่วไปในการลบล้างข้อบังคับทางการค้าของต่างชาติ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นจากต่างชาติอาจจะทำให้ได้รับประโยชน์จากปัจจัยต่างๆในตลาดในเมียนมาร์ประเทศที่ประชากรยังคงยากจนอยู่ ภายใต้ทฤษฎี ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอาจจะไม่เป็นเรื่องที่สำคัญกับชนชั้นที่สูงขึ้นที่อยู่ในเมียนมาร์ เนื่องจากผู้ที่มั่งคั่งจำนวนน้อยมีแนวโน้มที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ แม้ว่าจะโดยทางอ้อมจากการเพิ่มทุนของต่างชาติ สินค้าที่ส่งออก ทรัพย์สินทางปัญญาและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ

แม้ว่าการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในเมียนมาร์อาจจะยังคงอยู่ท่ามกลางการถกเถียงกันและยังคงไกลจากความเป็นจริง ผู้ที่สนใจที่จะทำธุรกิจในเมียนมาร์ หรือปะเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรที่จะทำความเข้าใจกับข้อมูลต่างๆข้างต้นที่มีหลายประเทศโต้แย้งเกี่ยวกับว่า เมียนมาร์มีแนวโน้มที่จะมีบทบาทที่สำคัญในภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกับการค้า

To view this information in English please see: US Visa Myanmar.

more Comments: 04

31st January 2011

The issue of Federal recognition of same sex marriage is one which remains stuck in this bloggers mind like a splinter. The issue is vexing because the United States Federal government has clearly usurped sovereign State prerogatives on the issue while simultaneously trampling upon individual civil rights to equal protection under the laws of the United States as well as the fundamental Constitutional right to freely and peaceably associate with whomever one wishes to associate with. That said, the issue is, in this blogger’s opinion, best analyzed pursuant to the Full Faith and Credit Clause of the Constitution of the USA.

The Defense of Marriage Act (DOMA) currently prohibits the United States Federal government from recognizing a marriage or civil union between two individuals of the same sex. Most legal scholars approach the issue of same sex marriage and the preclusion of Federal recognition from a civil rights perspective. Although this blogger wholeheartedly agrees that LGBT rights issues do generally fall under the umbrella of civil liberties, the ramifications of DOMA upon the sovereign American States is the most unfortunate aspect of the current state of affairs.

To quote directly from Wikipedia.com:

In Massachusetts, Connecticut, Iowa, New Hampshire, Vermont, and Washington, D.C., marriages for same-sex couples are legal and currently performed.

This is important to note as there are American States which explicitly prohibit the recognition of marriages between two people of the the same sex. Conversely, as noted above, there are currently five (5) states which allow same sex marriage. This has lead to a situation in which there is little interstate uniformity regarding this issue. As their site puts things so succinctly it may be best to quote Wikipedia.com’s entry on this issue further:

There has been much speculation on the clause’s possible application to same-sex marriage, civil union, and domestic partnership laws and cases, as well as the 1996 Defense of Marriage Act (DOMA) and the proposed Federal Marriage Amendment. Between 1996 and 2004, 39 states passed their own laws and constitutional amendments, sometimes called “mini DOMAs,” which define marriage as consisting solely of opposite-sex couples. Most of these “mini DOMAs” explicitly prohibit the state from honoring same-sex marriages performed in other states and countries. Conversely, several states have legalized same-sex marriage, either legislatively or by state supreme court judgment.

The United States Supreme Court has not ruled on how (if at all) these laws are affected by the Full Faith and Credit Clause. However, in August 2007, a federal appeals court held that the clause did require Oklahoma to recognize adoptions by same-sex couples which were finalized in other states.[18]

If the Full Faith and Credit clause is given its traditional interpretation, it has no application to same-sex marriage, and the DOMA legislation is superfluous and even dangerous, as it may lead to a misconstruction of the Full Faith and Credit clause. If a state is required to recognize a same sex marriage, it will be pursuant to the Equal Protection Clause, as was the case with respect to interracial marriages.

The final paragraph of this citation is most notable to this blogger as it is the section in which he is in disagreement. To understand the reasoning behind this blogger’s disbelief in the assertions stated in this Wikipedia.com posting one must first read the actual text of the Full Faith and Credit Clause of the US Constitution:

Full Faith and Credit shall be given in each State to the public Acts, Records, and judicial Proceedings of every other State. And the Congress may by general Laws prescribe the Manner in which such Acts, Records and Proceedings shall be proved, and the Effect thereof.

It is virtually self-evident, in this author’s opinion, that the plain language of the Full Faith and Credit Clause will compel broad recognition of same sex marriage in the USA. Rather than looking at the issue from a civil rights perspective (which requires lengthy analysis into what are, in this author’s opinion, superfluous issues such as personal or religious feeling regarding same sex marriage which have no place in a reasoned legal analysis of the issue) simply examine the plain language of the Clause itself. The clause explicitly states that Full Faith and Credit SHALL be given to the public RECORDS of every other State.

What does this mean from a practical perspective? To use a hypothetical: two people of the same sex go to the State of Iowa (a jurisdiction which, according to a citation above, both recognizes and solemnizes same sex marriage) and get married. To quote the official Iowa County, Iowa website:

Iowa Vital Records are official registrations of births, deaths and marriages. Certified copies of Vital Records can be obtained from a County Recorder’s office or the Iowa Department of Public Health.

Once an official record is made of a registered same sex marriage does not the Full Faith and Credit Clause operate to compel interstate recognition of such a record? One would think, but there are exceptions to this kind of broad application of the Full Faith and Credit Clause as States which have clear public policies in conflict with foreign State Judgments, Acts, or Records may be permitted to ignore such Judgments, Acts, or Records (foreign judgments always seem to be accorded more preference from an interstate enforcement standpoint).

InterState recognition of same sex marriage, or as this blogger prefers to refer to it: Horizontal Full Faith and Credit of same sex marriage; is not really the main thrust of this post as the more pressing concern for the purposes of this article is Federal recognition of same sex marriage notwithstanding the Defense of Marriage Act (DOMA). The interstate implications of some states fully recognizing same sex marriage while other states fail to recognize such unions are interesting topics, but the main issue of this posting is what this blogger refers to as Vertical Full Faith and Credit. Namely, Federal recognition of same sex marriage lawfully solemnized in a sovereign State. Since when was the United States Federal government able to pick and choose which State laws it was willing to recognize? To quote directly from USLegal.com:

The full faith and credit doctrine as applicable to the federal courts in recognizing the records and judicial proceedings of state courts is contained in 28 U.S.C. § 1738.  The full faith and credit rule pertains to recognition by state courts of the records and judicial proceedings of courts of sister States; this includes every court within the United States.  This provision also includes recognition of the records and proceedings of the courts of any territory or any country subject to the jurisdiction of the United States.  By this provision, the federal courts are also bound to give to the judgments of the state courts the same faith and credit that the courts of one State are bound to give to the judgments of the courts of their sister States…

Pursuant to a plain language analysis of the Constitution it is this author’s opinion that the Defense of Marriage Act is unconstitutional as it requires the Federal government to disregard the Acts, Records, and Judgments creating same sex marital relationships within the jurisdiction of Sovereign States in direct violation of the plain language of the Full Faith and Credit Clause itself. Although there is a Civil Rights perspective to this issue, the major point that should not be overlooked is that fact that the US Congress is attempting, through enforcement of the Defense of Marriage Act, to dictate to the States what shall constitute a valid marriage. In the past, legalization and solemnization of marriage was within the exclusive bailiwick of the State especially as such matters tend to pertain to public health and safety issues.

This has very large practical implications especially for same sex bi-national couples as the Federal government, pursuant to DOMA, cannot grant American family visa benefits to the same sex partner of a US Citizen (notwithstanding the fact that the couple may have solemnized a legally binding marriage within one of the sovereign American States that allows same sex marriages). Hopefully this injustice will be dealt with soon as it is unfortunate that the rights of the States and the people are being disregarded as a result of DOMA’s continued enforcement.

In recent months, efforts have been made to pass legislation such as the Uniting American Families Act (UAFA). Bills such as this would mitigate some of the discrimination which is routinely deployed against same sex bi-national families as the language of the proposed bill (and that of those similar to it) would allow for the “permanent partners” of American Citizens and lawful permanent residents to apply for US visa benefits in much the same manner as foreign fiancees and spouses of US Citizens and lawful permanent residents. This legislation, and that like it, is a good step in the right direction, but it does not address the myriad legal rights and privileges routinely deprived to same sex couples under the current Federal regime.

For related information please see: Same Sex Partner Visa.

more Comments: 04

30th January 2011

Frequent readers will, no doubt, note that the administration routinely posts the holiday closing schedules of the various US Missions in Asia as a courtesy to American travelers who may need Consular services while abroad. The following is quoted directly from the official website of the United States Embassy in Seoul, Korea:

The American Embassy will observe the following American and Local holidays during 2011.

2011 Name American/Local
January 17 (Mon) Martin Luther King, Jr.’s Birthday American
February 2,3,4 (Wed, Thurs, Fri) Seol-Nal (Lunar New Year Days) Local
February 21 (Mon) Presidents’ Day American
March 1 (Tues) Sam Il Jul (Independence Movement Day) Local
May 5 (Thurs) Orininal (Children’s Day) Local
May 30 (Mon) Memorial Day American
June 6 (Mon) Hyun Choong Il (Memorial Day) Local
July 4 (Mon) Independence Day American
August 15 (Mon) Kwang Bok Jul (Independence Day) Local
September 5 (Mon) Labor Day American
September 12, 13, (Mon, Tues) Chusok (Korean Thanksgiving) Local
October 3 (Mon) Kae Chun Jul (National Foundation Day) Local
October 10 (Mon) Columbus Day American
November 11 (Fri) Veterans Day American
November 24 (Thu) Thanksgiving Day American
December 26 (Mon) Christmas Day American/Local

Those wishing to view the official homepage of the US Embassy in Seoul, Korea please click HERE.

Those seeking services which can only be provided at an American Citizen Services Section of a US Embassy or US Consulate abroad, such as: issuance of a Consular Report of Birth Abroad, issuance of a US Passport, or issuance of additional pages for a US Passport are well advised to schedule an appointment online with the Post in advance, if possible, in order to streamline the processing of one’s request.

Those seeking non-immigrant visa benefits such as the US business visa (B-1 visa category), US tourist visa (B-2 visa category), US student visa (F-1 visa category), or US exchange visitor visa (J-1 visa category) are likely to see their visa application processed at a Non-Immigrant Visa (NIV) Unit abroad. Those seeking non-immigrant visa benefits are well advised to bear in mind the fact that non-immigrant visa applications are scrutinized pursuant to section 214(b) of the United States Immigration and Nationality Act.

Those American Citizens seeking American family visa benefits are likely to only see a visa application for a CR-1 visa or an IR-1 visa processed after receiving approval of an underlying Immigration petition from the United States Citizenship and Immigration Service (USCIS). It should be noted that for processing purposes the K-1 visa application, although used by seekers of a non-immigrant US fiance visa, is treated in much the same way as immigrant visa applications.

Those seeking US business visa benefits for travel documents such as an E-2 visa, L-1 visa, or EB-5 visa may be required to process, and receive approval of, an immigration petition at the USCIS.  For E-2 visa seekers this may not be the case, but the unique facts in a given case must be examined prior to making a conclusion regarding the appropriate avenue for processing.

Those interested in related information please see: US Visa Korea.

more Comments: 04

29th January 2011

The administration of this web log routinely posts the holiday closing schedules of various US Missions in the Asia-Pacific region as a courtesy to travelers abroad who may need services from a US Embassy or US Consulate while overseas. The following was quoted directly from the official website of the United States Embassy in Tokyo, Japan:

The Embassy will be closed to the public in observance of the following United States and Japanese holidays:

New Year’s Day Jan. 1, 2011 Saturday (Observed on Fri., Dec. 31)
Martin Luther King, Jr.’s Birthday Jan. 17 Monday
National Foundation Day Feb. 11 Friday
Washington’s Birthday Feb. 21 Monday
Vernal Equinox Day March 21 Monday
Golden Week Holidays April 29, May 3-5 Friday, Tuesday – Thursday
Memorial Day May 30 Monday
Independence Day July 4 Monday
Marine Day July 18 Monday
Labor Day Sept. 5 Monday
Autumn Equinox Day Sept. 23 Friday
Columbus Day/Sports Day Oct. 10 Monday
Veterans Day Nov. 11 Friday
Labor Thanksgiving Day Nov. 23 Wednesday
Thanksgiving Day Nov.24 Thursday
Emperor’s Birthday Dec.23 Friday
Christmas Day Dec. 25 Sunday (Observed on Mon., Dec. 26)

Note:

The Embassy will remain open for the following three Japanese holidays in 2011:

Adult’s Day Jan. 10 Monday
Respect for the Aged Day Sept. 19 Monday
Culture Day Nov. Thursday

Those wishing to view the official homepage of the US Embassy in Japan please click HERE.

Those seeking services which can only be provided by a US Mission abroad such as issuance of a Consular Report of Birth Abroad, US Passport, or additional visa pages for a US Passport are well advised to contact an American Citizen Services Section of the nearest US Mission with appropriate Consular jurisdiction. In some cases, it may be possible to set an appointment with the Post in advance over the internet. Setting an appointment in advance can greatly streamline the processing of requests as Consular Officers are often better able to anticipate one’s needs.

Those seeking non-immigrant visa benefits such as a US tourist visa (B-2), US student visa (F-1), US exchange visitor visa (J-1), or US business visa (B-1) are likely to see their visa application processed at a US Embassy or US Consulate abroad. It should be noted that non-immigrant visa applicants are scrutinized subject to section 214(b) of the United States Immigration and Nationality Act.

Those American Citizens seeking American family visa benefits for a Japanese spouse such as a CR-1 visa or IR-1 visa are generally required to process and receive approval of a United States immigration petition prior to processing a US visa application at a US Embassy or US Consulate abroad. It should be noted that for processing purposes, the K-1 visa, although a US fiance visa, is treated in much the same way as the immigrant visa categories.

Those seeking US business visa benefits such as E-2 visa benefits for certain qualified traders, L-1 visa benefits for intra-company transferees of multi-national corporations, or EB-5 visa benefits for immigrant investors are likely to be required to process, and receive approval of, an immigration petition prior to application for visa benefits at a US Embassy or US Consulate abroad.

Those denied a US visa may be able to still ultimately obtain visa benefits through use of an I-601 waiver of a finding of inadmissibility or through use of an I-212 waiver (depending on the reason for denial). However, all cases must be analyzed based upon the unique set of facts in the case in order to make a determination as to the eligibility of an applicant for any immigration waiver.

Japan currently participates in the visa waiver program. That said, those wishing to travel to the US on their Japanese passport utilizing the visa waiver program must register online via the electronic system for travel authorization (ESTA) system prior to traveling to the USA.

For related information please see: US Visa Japan.

more Comments: 04

28th January 2011

Those who have read this web log with any frequency in the past may have noticed that the administration routinely posts information regarding attorney licensure and the practice of United States Immigration law. Recently, this blogger discovered some interesting information on this subject while researching the issue on the official website of the United States Citizenship and Immigration Service (USCIS). To quote some of that information directly:

If Then
You are filing within the United States Attorneys and accredited representatives may communicate with USCIS on your behalf and receive information from USCIS regarding your application or petition.
You are filing an application or petition at an office outside the United States Attorneys and accredited representatives may communicate with USCIS on your behalf and receive information from USCIS regarding your application or petition…

It should be reiterated that only a licensed American attorney has the unfettered privilege of practicing American immigration law before the Department of Homeland Security and the United States Citizenship and Immigration Service (USCIS). Although charitable organizations in the USA may be accredited to represent individuals before the USCIS and/or the US Immigration Courts, such representation is conducted on a not-for-profit basis. Licensed American attorneys are generally in a good position to provide advice and counsel regarding immigration matters due to education and experience. However, so-called “immigration consultants,” “visa agents,” and “visa companies” lack both the credentials and qualification to provide advice and representation of clients before USCIS, DHS, and/or the Department of State (DOS). To quote the USCIS website further:

Attorneys must be a member in good standing of the bar of a U.S. State (or U.S. possession, territory, Commonwealth, or the District of Columbia) and not be under any court order restricting their practice of law. Attorneys will check the first block on Form G-28 and must provide information regarding their admission to practice.

Only attorneys and accredited representatives may communicate on your behalf regarding your application with USCIS.

In choosing an attorney, you should:

  • Ensure that the attorney is a member in good standing of the “bar” of a U.S. State (or possession, territory, Commonwealth or District of Columbia)
  • Ensure that the attorney is not under any court order restricting their practice of law
  • Review the current attorney licensing document for the attorney and contact the relevant State bar admission authorities to verify the information.  See the “American Bar Association – State Bar Associations” link to the right for a list of state bar associations.
  • Review the “List of Currently Disciplined Practitioners” in the link to the right. This is where the Executive Office for Immigration Review lists if an attorney has been expelled or suspended from practice before USCIS/DHS
  • Review the “List of Previously Disciplined Practitioners” available from the “List of Currently Disciplined Practitioners”  page on the EOIR website

A lawfully admitted attorney should honor your request for this information, as State Bar practice rules require disclosure of this information to clients. Before you pay attorney fees for help with your immigration case, make sure that the individual is a licensed attorney.

You should also review the lists of currently disciplined and previously disciplined practitioners on the Executive Office for Immigration Review website. These lists will help you to determine whether the attorney has been expelled or suspended from practice before USCIS/DHS.  To review these lists, please see the links in the “External Links” section of this page.

Those wishing to retain professional assistance during the United States Immigration process are well advised to take note of the citation quoted above as this information is very useful for those seeking attorney assistance. That said, the forthcoming quote deals with the issue of fake lawyers, visa agents, notarios, and immigration consultants who have been known to imitate genuine American attorneys in an effort to further their own interests while simultaneously fleecing an unsuspecting public (both immigrants and American Citizens). To quote the USCIS website one further time:

Notarios, notary publics and immigration consultants may NOT represent you before USCIS.

Those wishing to bring their loved one from another country for family reunification in the USA should take note of the above quotation. In Thailand, for example, there are some fly-by-night operators claiming both expertise in immigration law as well as qualification, without actually possessing either. For this reason, it is always prudent to ask for the licensure information of those claiming the ability to represent individuals before USCIS, DHS, and DOS.

Licensed foreign lawyers may, under some circumstances, be able to provide some limited representation, but only upon authorization from USCIS, those interested should consult the USCIS website directly as this issue is not the intended topic of this posting.

For related information please see: K1 Visa Thailand.

more Comments: 04

27th January 2011

ผู้ที่อ่านบล็อกนี้อาจจะสงสัยในข้อเท็จจริงว่า ประเทศลาวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกาศที่จะเปิดตลาดหลักทรัพย์ในเมืองเวียนเที่ยน และสิ่งที่เป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้เขียนก็คือ กัมพูชามีแผนที่จะเปิดตลาดหลักทรัพย์ในปี 2011 อ้างโดยตรงจากบทความในเว็บไซต์ DAP-news.com:

“ตอนนี้ตลาดหลักทรัพย์ของพวกเราอยู่ในขั้นตอนของการจัดตั้งและพัฒนาการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2011 ดร.เหียน ซาฮิบ เลขาธิการทั่วไปประจำกระทรวงกล่าวในช่วงการประชุมเชิงปฏิบัติการในพนมเปญ”

ประเทศเล็กๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังดำเนินการเปิดการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ และในขณะนี้เป็นที่ปรากฏอย่างชัดแจ้งว่า ความพยายามทั้งหมดนี้จะส่งผลลัพธ์ที่ดี อ้างเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ DAP-news.com

“ผมอยากจะแจ้งให้คุณทราบว่า การที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของการเริ่มเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ของกัมพูชาในช่วงกลางปี 2011 การแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ของกัมพูชาจะเริ่มเปิดทำการเร็วๆนี้ที่ชั้น 25 ของตึกคานาเดีย” เขากล่าวเพิ่มเติม

ตัวแทนของรัฐบาลบางหน่วยเช่น พอร์ตของสีหนุ, การไฟฟ้าของกัมพูชา, การประปาของพนมเปญ, กิจการโทรคมนาคมของกัมพูชาจะอยู่ในรายชื่อในตลาดหุ้น ยังคงมีภาคเอกชนอีกกจำนวนมากและบริษัทอื่นๆที่จะร่วมในตลาดหุ้น

ในกรณีของลาว การเปิดตลาดหลักทรัพย์เป็นการเริ่มต้นก้าวที่สำคัญในการลงทุนในรูปแบบการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ที่เป็นความพยายามที่จะช่วยเพิ่มเงินลงทุนสำหรับบริษัทที่ประสงค์จะขยายกิจการออกไปเป็นสิ่งที่ปรากฏได้ชัดเจนว่า กัมพูชาได้สร้างโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญที่จะสร้างผู้ลงทุนต่างชาติ ตัวอย่างของโอกาสทางธุรกิจในกัมพูชานั้นได้มีการรวบรวมไว้ใน BuyUSA.gov

กัมพูชาเสนอว่า โอกาสทางการลงทุนที่สำคัญในเรื่องการท่องเที่ยว รีสอร์ท การศึกษา สถาปัตยกรรม การก่อสร้างและทางด้านวิศวกรรม สินค้าที่ใช้ภายในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหาร รถที่ใช้แล้วและส่วนประกอบของรถ อุปกรณ์ไฟฟ้า แฟรนไชส์อาหารจานด่วนและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และเครื่องมือแพทย์ และการธนาคาร

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีโอกาสทางธุรกิจมากมายในกัมพูชา แต่ผู้ที่ประกอบธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจจะมีความรอบคอบหรือว่าจ้างทนายความในการจัดการกับการตัดสินใจทางธุรกิจที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เช่นเดียวกับการประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรไทย ลาว หรือที่อื่นๆซึ่งแง่มุมในการลงทุนนั้นไม่เหมือนกันทั้งการวิจัยทางธุรกิจและประเด็นกฎหมายต่างๆซึ่งเกี่ยวข้องกันกับเขตอำนาจที่แตกต่างกันสามารถที่จะช่วยเป็นหลักประกันได้ว่า จะช่วยเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด

To view this information in English: legal.

more Comments: 04

26th January 2011

Frequent readers of this blog may have noticed that the administration routinely posts the holiday closing schedules of the various US Missions in the Asia-Pacific region. The following was quoted directly from the official website of the United States Embassy with Consular jurisdiction for Suva, Fiji, Kiribati, Nauru, Tonga, and Tuvalu:

Listed below are Fiji and U.S. National holidays on which the Embassy is closed.

Holiday Date Observed
New Year’s Day Mon, Jan 3, 2011
Martin Luther King Jr’s Birthday Mon, Jan 17, 2011
Prophet Mohammed’s Birthday Mon, Feb 14, 2011
Washington’s Birthday Mon Feb 21, 2011
Good Friday Friday, Apr 22, 2011
Easter Saturday Sat, Apr 23, 2011
Easter Monday Mon, Apr 25, 2011
Memorial Day Mon, May 30, 2011
Queen’s Birthday Mon, Jun 13, 2011
Independence Day Mon, July 4, 2011
Labor Day Mon, Sep 5, 2011
Fiji Day/Columbus Day Mon, Oct 10, 2011
Diwali Wed, Oct 26, 2011
Veterans Day Fri, Nov 11, 2011
Thanksgiving Day Thu, Nov 24, 2011
Christmas Day Mon, Dec 26, 2011
Boxing Day Tue, Dec 27, 2011

For the official homepage of the US Embassy with jurisdiction over Suva, Fiji, Kiribati, Nauru, Tonga, and Tuvalu please click HERE.

Those seeking services such as the issuance of a Consular Report of Birth Abroad, US Passport, or additional visa pages for a previously issued US Passport are well advised to contact an American Citizen Services Section at a US Embassy or US Consulate with Consular jurisdiction over one’s place of residence. Requests for service can often be streamlined by making an appointment in advance through a US Mission’s website.

Those seeking a temporary visa such as a B-2 visa (Tourist), B-1 visa (Business visa), J-1 visa (Exchange visitor visa), or F-1 (US student visa) are likely to see their visa application processed through a non-immigrant visa (NIV) Unit abroad. Those applying for a non-immigrant visa are likely to have their application scrutinized pursuant to section 214(b) of the United States Immigration and Nationality Act.

Those Americans seeking family based visas for a foreign spouse (CR-1 visa, IR-1 visa) or loved one are likely to see an application processed through an Immigrant Visa (IV) Unit abroad. for purposes of Consular Processing the K-1 visa, although a non-immigrant US fiance visa, is processed in much the same way as the immigrant visa categories. At one time, US Missions abroad were processing a relatively large number of K3 visa applications. However, since the promulgation of the National Visa Center’s “administrative closure” policy relatively few K-3 visa applications are currently being adjudicated abroad. Immigrant Visa applications are generally processed only after initial immigration petition approval by the United States Citizenship and Immigration Service (USCIS).

Those seeking investment or employment visas such as the EB-5 visa or the L-1 visa are likely to only see their visa application processed after a successful adjudication at USCIS in the United States.

more Comments: 04

25th January 2011

The administration of this blog recently noticed an article from the Reuters news agency in which the Chief Executive Officer of General Electric was commenting upon the economic situation in China and how this impacts the relationship between the United States of America and Peoples’ Republic of China in both the economic and political spheres. To quote directly from the Reuters News Service:

(Reuters) – For Jeff Immelt, the CEO of General Electric (GE.N), the 130 year-old American industrial behemoth, the financial crisis marked the end of the age of America’s economic dominance.

This blogger has noticed that there seems to be a level of pessimism regarding the American economy. Although it is currently going through economic turbulence, and has been for a while, the US economy, in this blogger’s opinion; remains one of best countries in the world for trade and economic activity. Those doing business in the USA may enjoy the benefits that come from the American financial, economic, and physical infrastructure. Hopefully, the optimism for which America has, in the past, been noted for will return once the economy returns to an “even keel”. Reuters continues:

But Mr. Immelt said the future will be different. For the next 25 years, he said, the American consumer “is not going to be the engine of global growth. It is going to be the billion people joining the middle class in Asia, it is going to be what the resource-rich countries do with their newfound wealth of high oil prices. That’s the game.”

A lot of that game will be played in China. At a moment when it is compulsory on the American right to pay homage to the exceptionalism of the United States, Mr. Immelt, a lifelong Republican, is matter-of-fact about China’s inevitable rise.

The interesting piece of information that this blogger noted in the aforementioned article was the fact that the G.E. CEO took notice of the fact that the middle class is growing rapidly in Asia. The thought of an Asian middle class numbering 1 billion or more is truly staggering when one takes into account the economic impact of such growth. As Asians in general become more affluent the side effects will likely be increased trade and economic activity as these newly minted members of the middle class use their new found wealth to make purchases of property, goods, and services (in Asia, the EU, UK, and the United States). The most poignant line of this Reuters article, in this blogger’s opinion was:

“It is going to be the biggest economy in the world,” Mr. Immelt said of China. “The only question is when.”

There is little doubt that China has an incredible capacity for growth and those looking international investment or business opportunities are well advised to research the Chinese market. That said, China does not represent the only country in Asia which has economic opportunities that are becoming more readily available to investors and entrepreneurs due to globalization. The Kingdom of Thailand, a member of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN), has investment opportunities in the form of Thai Property, Thai Real Estate, and Thai businesses. Furthermore, for Americans conducting business in Thailand can prove profitable especially since the US-Thai Treaty of Amity allows Americans to own virtually 100% of a Thai Company with Amity Treaty certification (sometimes referred to as an Amity Company).

Meanwhile, the landlocked country of Laos recently opened a Lao Securities Exchange in an effort to raise capital through equity investment. The Kingdom of Cambodia recently announced that a Cambodian Stock Exchange is to be unveiled in mid-2011 while recent reports have noted that Burmese officials hope to be in the process of creating a Myanmar Stock Exchange as well. Such developments remain to be fully realized, but such examples clearly indicate that Mainland China is not the only “game in town” when it comes to investment opportunities and economic growth in Asia.

For related information please see: US Company Registration.

more Comments: 04

25th January 2011

เมื่อเร็วๆนี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริการายงานถึงการสอบสวนการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการปฏิบัติการทุจริตต่อต่างชาติ อ้างโดยตรงจากบล็อกที่เขียนโดย แอชบรีย์ โจนส์ในเว็บไซต์ของนิตยสารวอลล์ สตรีท wsj.com

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์กำลังสอบสวนธนาคารและภาคเอกชนที่กำลังฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับสินบนในการจัดการกับกองทุนเพื่อความมั่งคั่งตามที่ประชาชนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คลิกที่นี่เพื่อดูบทความที่ไดออนเน่ เซียร์ซี่และแลนเดลล์เขียนในWSJ และคลิกที่นี่เพื่อตขิดตามเรื่องราวของ NYT และคลิกที่นี่เพื่อติดตามเรื่องราวของบลูมเบิร์ก

ตามที่ WSJ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์SEC ส่งจดหมายถามข้อสงสัยต่อธนาคารเช่น ซิตี้กรุ๊ปและภาคเอกชน  เช่นแบล็กสโตนกรุ๊ป แม้ว่าในจดหมายไม่ได้ระบุถึงข้อกล่าวหาในเรื่องสินบน พวกเขายังคงเรียกร้องที่จะให้บริษัทเก็บรักษาเอกสารและถามถึงการจัดการบริษัทกับกองทุนเพื่อความมั่งคั่ง

ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับ FCPA ควรจะทราบไว้ว่า มีบทบัญญัติตามกฎหมายเบื้องต้นที่จะจัดการกับสินบนและการคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่ต่างประเทศ ชาวอเมริกันบางคนนั้นอยู่ภายใต้ความผิดพลาดของบริษัทและบุคคลที่ดำเนินการนอกเขตแดนสหรัฐอเมริกาและมีสิทธิที่เกี่ยวข้องกับสินบน ในความเป็นจริงแล้ว มีกรณีศึกษาที่ สหรัฐอเมริกาพยายามที่จะร่างกฎหมายเพื่อทำลายและลงโทษการกระทำเช่นว่านั้น เมื่อกฎหมายผ่านการพิจารณานั้นปรากฎถึงวัตถุประสงค์อย่างชัดแจ้งที่จะลงโทษการกระทำเช่นนี้ในต่างประเทศ (หรือบริษัทที่ทำธุรกิจในต่างประเทศ) อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่กล่าวถึงดูเหมือนว่า จะถูกแนะนำภายใต้การสอบสวน(อย่างน้อยที่สุดคือ บางส่วน)ภายในเขตแดนของสหรัฐอเมริกา อ้างจากข้อความในบล็อกที่เขียนใน wsj.com

จดหมายที่จะผูกพันการสอบสวนของอุตสาหกรรมการธนาคารตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติคอร์รัปชั่นของชาวต่างชาติ ทนายความที่เชี่ยวชาญกับการสอบสวนครั้งก่อนๆของอุตสาหกรรม ลูกจ้างชาวต่างชาติผู้ที่ทำงานกับกองทุนเพื่อความมั่งคั่งอาจจะรวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐและรวมถึง FCPA ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายกล่าว

แต่มันเป็นที่ปรากฏอย่างชัดเจนว่า ไม่มีผู้ที่จะถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการในข้อหาใดๆต่อ FCPA นอกจากนี้มันควรจะเป็นที่ปรากฏอย่างชัดแจ้งว่า จนกระทั่งเวลานั้น คู่กรณีมักให้การ หรือถูกกล่าวหาว่าการละเมิดของ FCPAในสายตาของกฎหมายพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

พระราชบัญญัติการคอรรัปชั่นของชาวต่างชาติเป็นงานชิ้นสำคัญของการร่างกฎหมายของชาวอเมริกันและบริษัทอเมริกัน ตามบทบัญญัติของFCPA ช่าวอเมริกันแต่ละคนและนิติบุคคลอื่นนั้นไม่อยู่ในการเกี่ยวข้องกับการกระทำเกี่ยวกับสินบนหรือสิทธิอื่นๆหรือ การคอร์รัปชั่น คำร้องของFCPA ต้องได้รับการพิจารณาตามข้อเท็จจริงในแต่ละคดี ดังนั้นหลักการปฏิบัติทางธุรกิจต่างประเทศอาจจะเห็นได้จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการจัดการเกี่ยวกับคดีเกี่ยวกับธุรกิจและกฎหมายในเขตอำนาจศาลนอกสหรัฐอเมริกาสามารถให้สิทธิประโยชน์โดยการให้มุมมองที่มีลักษณะเฉพาะและแง่มุมในแบบพิธีการและขั้นตอนขององค์กรรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต่างแดนในขณะที่ยังคงรักษาความเข้าใจของทนายความอเมริกันของ FCPA

ตัวอย่างเช่น ราชอาณาจักรไทยมีระบบกฎหมายที่แตกต่างจากสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกัน แวดวงธุรกิจในประเทศไทยนั้นก็แตกต่างไปจากสหรัฐอเมริกา ข้อเท็จจริงคือ พลเมืองสหรัฐอเมริกาและบริษัทอเมริกัน มีความพยายามที่จะดำเนินธุรกิจซึ่งทีแนวความคิดของการจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพในขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นไปตามกฎหมายอย่างเช่น พระราชบัญญัติการปฏิบัติคอร์รัปชั่นของชาวต่างชาติ เช่นเดียวกันกับระบบกฎหมาย วัฒนธรรม ประเพณี และการปฏิบัติทางการค้าของหลายๆชาติในเอเชียสามารถที่จะพิสูจน์ข้อสงสัยหลายๆอย่างของผู้ที่จะดำเนินธุรกิจในบริบทของการเป็นแบบ “ตะวันตก” มากกว่า ข้อเท็จจริงคือ FCPA เป็นการร่างกฎหมายที่เข้มข้นกับบริษัทอเมริกันและบุคคลที่จะต้องปฏิบัติตาม ในบางกรณี การที่จะให้บริการทางกฎหมายในการช่วยเหลือให้ความเข้าใจFCPA และวิธีการที่จะประนีประนอมสามารถพิสูจน์ถึงสิทธิประโยชน์ทั้งบุคคลตามธรรมชาติและนิติบุคคล

ผู้ที่หวังว่า ข้อซักถามก่อนหน้านี้สามารถที่จะพิสูจน์สิ่งที่ไร้ประโยชน์ เนื่องจากข้อเท็จจริงต่างๆไม่ได้มีการละเมิดเกิดขึ้น สิ่งที่พึงระลึกถึงคือ ถ้ามีการละเมิด FCPA เกิดขึ้นต่อจากนั้นดูเหมือนว่า มีแนวโน้มที่จะมีองค์กรเช่นคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์สามารถที่จะเปิดเผยข้อเท็จจริง

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ บริษัทไทย หรือ การจัดตั้งบริษัทอเมริกัน

To read this information in English please see: Foreign Corrupt Practices Act.

more Comments: 04

24th January 2011

It recently came to this blogger’s attention, via the print media in Bangkok, Thailand; that the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN), along with other organizations and individuals, are calling for an end to the economic sanctions being imposed against the Union of Myanmar (sometimes interchangeably referred to as Burma). While researching this issue online this blogger came upon the following quotation from Rttnews.com:

An informal meeting of the Foreign Ministers of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) has called for the lifting of economic sanctions against the military regime of Myanmar.

The meeting, held on the Indonesian island of Lombok, made the call citing “significant” political progress made in the south-east Asian country.

Indonesian Foreign Minister Marty Natalegawa, whose country holds the rotating chair of the ten-nation organization, told reporters: “We believe that the recent development needs to be responded by the international community, especially in order to ensure that the economic development in Myanmar can take place.”

He says ASEAN Ministers feel that the recent long-awaited Myanmar elections, which he described as “conducive and transparent, and the release of Opposition leader Aung San Suu Kyi warranted a positive international response.

The lifting of the sanctions against Myanmar still remains to be seen, but in the wake of the announcement from ASEAN the Straits Times official website is reporting that authorities in Myanmar are taking steps toward creating a stock exchange in Myanmar. To quote directly from the Straits Times website StraitsTimes.com:

BANGKOK – MYANMAR is in talks with South Korea’s bourse operator about opening a stock market, the latest in a series of steps by its military rulers aimed at drawing much-needed foreign capital to the country.

Korea Exchange is already involved in running the newly opened Laos Securities Exchange and is setting up a long-delayed stock market in Cambodia, which is due to open in July. Both are joint ventures with the respective governments.

In previous postings on this blog, the administration has discussed the unveiling of a Stock Exchange in Laos and the announcement that a Cambodian Securities Exchange is set to be opened in mid-2011. In the case of Myanmar, it would appear as though any plans for the eventual creation of a Myanmar securities exchange are still tentative as can be gathered from a further quote in the Straits Times posting:

A spokesman for Korea Exchange in Seoul said representatives had visited Myanmar twice. ‘But nothing has been decided,’ the official said.

Although the opening of a Myanmar Securities Exchange is not a foregone conclusion, there are many who can cite the myriad economic benefits that would accrue as a result of such a step. Furthermore, there are those who would argue that creation of economic opportunities in Myanmar would be beneficial for all Citizens of Myanmar based upon a sort of “rising tide raises all ships” logic. To quote further from the Straits Times:

Myanmar is rich in natural resources but its development has been held back by five decades of economic mismanagement under military dictators and by Western sanctions.

But reforms are under way. The authorities have privatised hundreds of state assets in the past year and are seeking to expand the banking, telecommunications, shipping and agricultural sectors. — REUTERS

Myanmar is truly a cornucopia of natural resources and economic opportunity, but at the time of this writing many nations, including the United States of America, have sanctions against this Southeast Asian nation which prohibit certain forms of commercial activity. There are some who argue that such sanctions actually exacerbate the plight of impoverished Myanmar Citizens. Such an argument generally postulates that easing of foreign trade restrictions, and the economic benefits which would likely arise from such a state of affairs, would accrue to the benefit of many of the market actors in Myanmar, many of whom live in poverty. Under such a theory, economic benefits would not necessarily exclusively accrue to the upper echelon of Myanmar as the less affluent would likely benefit, albeit indirectly, from the infusion of foreign capital, trade goods, intellectual property, and the further economic activity arising therefrom.

Even though a securities exchange in Myanmar may be merely in the discussion phase and is a long way from being created, those interested in doing business in Myanmar, or any other country in Southeast Asia, should take note of the information above as there are many who would argue that Myanmar will likely play a critical role in regional and global economics as well as trade.

For related information please see: US Company Registration, US Visa Myanmar, or Laos Securities Exchange.

more Comments: 04

The hiring of a lawyer is an important decision that should not be based solely on advertisement. Before you decide, ask us to send you free written information about our qualifications and experience. The information presented on this site should not be construed to be formal legal advice nor the formation of a lawyer/client relationship.