Integrity Legal

Archive for the ‘้วีซ่าอเมริกาจากประเทศไทย’ Category

10th June 2011

สิ่งที่กำลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ คือ หน่วยบริการพลเมืองสหรัฐอเมริกาและการเข้าเมือง (USCIS) ได้ออกบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการการขอสิทธิอุทธรณ์ ตาม ไอ-601 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมนั้นสามารถอ้างได้โดยตรงจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของUSCIS ตามเว็บ USCIS.gov

วัตถุประสงค์

บันทึกนโยบายนี้ (PM)นำเสนอหลักการเกี่ยวกับกระบวนการในการขอใช้สิทธิอุทธรณ์ตามฟอร์ม ไอ-601ของหน่วยบริการพลเมืองและการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา (USCIS)โดยการยื่นนอกสหรัฐอเมริกา หลักการเหล่านี้มีอยู่ในAFM บทที่ 41.7และในบททบทวนของคู่มือหน่วยปฏิบัติการ ตามเขตอำนาจศาลของแบบฟอร์ม ไอ-601

ขอบเขต

นอกจากข้อยกเว้นที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น บันทึกนี้นำมาใช้และบอกเป็นนัยว่า เจ้าหน้าที่ของ USCIS มีอำนาจวินิจฉัยแต่ละบุคคลนอกสหรัฐอเมริกา
การควบคุม

8 CFR 212.7 ควบคุมการวินิจฉัย USCIS ของฟอร์ม ไอ-601
เบื้องหลังของนโยบาย USCIS ยอมรับการร้องขอที่จะมีการขออุทธรณ์กระบวนการของคำร้อง หรือคำร้องขอที่ผู้สมัครและผู้ยื่นคำขอแสดงถึงเหตุผลในการที่จะอุทธรณ์กระบวนการดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับนโยบายที่ผู้สมัครอาจเรียกร้องว่า ฟอร์ม ไอ-601 อาจจะได้รับการพิจารณา คำร้องขอเกี่ยวกับการอุทธรณ์ในบริบทที่แตกต่างกัน โดยมากแล้วแบบฟอร์ม ไอ-601 ของผู้สมัครนอกสหรัฐอเมริกามีส่วนที่จะช่วยเร่งกระบวนการโดยอาศัยความยากลำบากในการที่จะหาคุณสมบัติของสมาชิกในครอบครัว โดยส่วนมากฟอร์ม ไอ-601ทั้งหมดที่อยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามผู้สมัครบางคนอาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่พิเศษนอกสหรัฐอเมริกาซึ่งจะต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน และมีเหตุผลของเวลาในการที่อยู่ในขั้นตอนของฟอร์มไอ-601 บันทึกนี้ได้แนะนำสิ่งที่เกี่ยวกับคำร้องขอของฟอร์มไอ-601โดยผู้ยื่นคำขอที่อยู่ต่างแดน นโยบายที่ดำเนินการในการจัดการกับทรัพยากรและสถานการณ์ต่างๆขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีโดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติคำขอในการเร่งกระบวนการการอุทธรณ์ฟอร์มไอ-601 ความปรารถนาอย่างแรงกล้านั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์พิเศษ ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีที่จะมีการร้องขอให้วินิจฉัยฟอร์มไอ-601 ความตั้งใจที่จะย้ายถิ่นฐานมายังสหรัฐอเมริกาอาจจะมความเป็นไปได้แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์พิเศษเพียงอย่างเดียว ประเภทของพฤติการณ์พิเศษโดยทั่วไปแล้วช่วยเร่งให้กระบวนการต่างๆรวดเร็วขึ้นสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและอยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับมากกว่าการที่ผู้สมัครในสหรัฐอเมริกาจะรอให้สถานการณ์อยู่ภายใต้กรอบเวลาปกติ

สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกานั้นต้องตระหนักถึงการอุทธรณ์ ไอ-601ที่ให้การเยียวยาสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าไปในสหรัฐอเมริกา หรือยังไม่สามารถที่จะได้รับวีซ่าสหรัฐอเมริกา (เช่นวีซ่า เค-วัน(วีซ่าคู่หมั้น) วีซ่าซีอาร์-1 หรือวีซ่า ไออาร์-1) ในระหว่างกระบวนการทางกงสุลที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในต่างประเทศ

การของสิทธิอุทธรณ์นั้นเป็นที่น่าสับสนกับการอุทธรณ์ ไอ-212 (ยังกล่าวถึงการยื่นคำขอเกี่ยวกับการอนุญาตล่วงหน้าในการกลับเข้าไปในสหรัฐอเมริกา) อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิอุทธรณ์ ไอ-601 และสิทธิอุทธรณ์ ไอ-212 เป็นคำขอสองประเภทที่แตกต่างกันซึ่งมีบางส่วนที่เหมือนกันแต่ไม่ได้มีส่วนที่เหมือนกันทั้งหมด

To view this information in English please see: I-601 waiver.

more Comments: 04

9th June 2011

เมื่อเร็วๆนี้สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้เขียนคือกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา โดยความร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและคณะกรรมการการค้าส่วนกลาง(FTC) มีมาตรการในการต่อสู้กับการฉ้อฉลที่เกี่ยวกับบริการการเข้าเมืองสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเดินทางมาสหรัฐอเมริกา อ้างโดยตรงจากประกาศที่เผยแพร่ในเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา Justice.gov

ตัวแทนส่วนกลางที่เผชิญกับการฉ้อฉลการเข้าเมือง DHS, DOJ และ FTC ซึ่งเกี่ยวข้องกับส่วนของรัฐและท้องถิ่นในความพยายามที่ไม่อาจคาดการณ์ได้

วอชิงตัน- รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการแห่งชาติที่จะต่อสู้กับการบริการการเข้าเมืองในวันที่ 9 มิถุนายน เวลาบ่ายโมงตรง กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)และกระทรวงยุติธรรม (DOJ) และคณะกรรมการการค้าส่วนกลาง (FTC)เป็นแกนนำในความพยายามครั้งประวัติศาสตร์

หน่วยบริการพลเมืองสหรัฐอเมริกาและการเข้าเมือง(USCIS)ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) แกนนำตัวแทนมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมระบบกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาซึ่งจะมีการเริ่มต้นประกาศในขณะที่มีการจัดนิทรรศฏารในเจ็ดเมืองทั่วประเทศเช่นเดียวกับที่มีการจัดที่วอชิงตันดี.ซี.

การดำเนินการที่ไม่ได้รับอนุญาตเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองเป็นเรื่องที่อันตรายต่อระบบความเชื่อถือของการเข้าเมืองและผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนเข้าเมือง เพื่อความเข้าใจในพฤติกรรมที่หลอกลวง ส่วนกลาง รัฐ และส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมกันในการที่จะเผชิญกับการบริการการเข้าเมืองในทุกๆทาง การเริ่มต้นได้วางมาตรรการสามอย่างดังนี้ การบังคับ การศึกษาและความร่วมมือ แต่ละฝ่ายต่างมีบทบาทสำคัญในการที่จะทำให้ความพยายามของชาติบรรลุเป้าหมาย การเป็นตัวอย่างในการเริ่มต้นของรัฐบาลและชุมชนสามารถที่จะจัดการกับปัญหาร้ายแรงร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เขียนบทความนี้แนะนำให้ผู้อ่านหาข้อมุลเพิ่มเติมโดยการคลิกที่ลิงค์ด้านบนเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการประกาศเริ่มต้นของกระทรวงยุติธรรม

เป็นเรื่องที่ไม่ดีที่มีหลายๆองค์กรได้ทำลายชื่อเสียงของตนเองในเขตอำนาจนั้นๆ เช่น การรวมกลุ่มของสมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) และในท้องถิ่นอื่นๆทั่วโลกที่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญที่จะให้คำแนะนำ คำปรึกษา และความช่วยเหลือในเรื่องวีซ่าสหรัฐอเมริกาและการเข้าเมือง

กระบวนการเกี่ยวกับวีซ่าสหรัฐอเมริกานั้นเป็นกระบวนการที่อาจสร้างความสับสนให้แก่กฎหมายและกระบวนการเข้าเมือง ผู้ที่กำลังมองหาทนายความอเมริกันในการที่จะช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่าเช่น ซีอาร์-วัน, วีซ่าไออาร์-วัน,วีซ่าเค-วัน,วีซ่าอีบี-ไฟว์ หรือวีซ่าแอล-วัน (ชื่อแสดงถึงประเภทของวีซ่า) เพื่อที่จะให้มีความน่าเชื่อถือในการเลือกประเภทที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ สิ่งที่จะแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับทนายความที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจะมีสิทธิที่จะได้รับค่าธรรมเนียมในการที่จะปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาตาม 8 CFR 292.1

โดยทั่วไปแล้ว ก่อนที่จะดำเนินการขอวีซ่าภายใต้กระบวนการกงสุลที่หน่วยการปฏิบัติภารกิจในต่างแดน (สถานทูตสหรัฐอเมริกา, สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา,สถาบันอเมริกัน) หน่วยงานเหล่านั้นต้องได้รับการอนุมัติคำขอจากหน่วยบริการพลเมืองสหรัฐอเมริกาและคนเข้าเมือง (USCIS)

To view this posting in English please see: US Visa Thailand.

more Comments: 04

8th June 2011

บทความนี้เขียนถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทนายความอเมริกันให้คำแนะนำในกระบวนการของวีซ่าประเภทเค-วัน เป็นสิ่งที่ต้องตระหนักถึงในการที่จะขอคำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการขอคำปรึกษาในการทำวีซ่าก่อนที่จะทำการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญยากที่จะเปลี่ยนแปลง

วีซ่าประเภทเค-วันเป็นวีซ่าคู่หมั้นสหรัฐอเมริกาที่ไม่ถาวรซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อคู่หมั้นชาวต่างชาติของพลเมืองอเมริกัน วีซ่าประเภทเค-วันอนุญาตให้คู่หมั้นชาวต่างชาติของพลเมืองอเมริกันเข้าไปในสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลา 90 วันเพื่อวัตถุประสงค์ในการแต่งงาน ผู้ที่แต่งงานกับคูหมั้นภายหลัง 90 วันในสหรัฐอเมริกาจะต้องเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้อ่านควรจะพึงระลึกว่า การเข้าไปยังสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าเค-วันที่จะแต่งงานกับคู่รักต้องอยู่ในสถานะของกระบวนการเปลี่ยนสถานะผู้ที่จะได้รับสถานะผู้ที่มีถิ่นฐานถาวรในสหรัฐอเมริกา

วัตถุประสงค์ของบทความนี้เพื่อที่จะชี้ให้เห็นถึงมุมมองเกี่ยวกับการจัดการเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตที่จะปฏิบัติงานเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองในสหรัฐอเมริกา(หรือ กฎหมายอเมริกันใดๆ) ตามบทบัญญัติ 8 CFR 292.1 มีเพียงทนายความที่ได้รับใบอนุญาตในการปฏิบัติงานในอย่างน้อยหนึ่งรัฐหรือเขตอำนาจรัฐบาลกลางที่มีสิทธิที่จะเรียกค่าธรรมเนียมจากลูกความในเรื่องการว่าความกฎหมายคนเข้าเมือง ดังนั้นอาจจะไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับข้อจำกัดในวงแคบที่วางกฎเกณฑ์ไว้ก่อนหน้านี้โดยพฤติกรรมของคนเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เป็นสิ่งที่ต้องตระหนักถึงว่า ความเชื่อมั่นระหว่างทนายและลูกความนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญที่ควรจะพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของคุณสมบัติในบริบทการเข้าเมืองในต่างประเทศซึ่งเรียกว่า “ตัวแทนวีซ่า” หรือ “ที่ปรึกษาการเข้าเมือง” อ้างถึงคุณสมบัติในความเชื่อมโยงกับการเข้าเมืองสสหรัฐอเมริกา สิทธิประโยชน์ทนายและลูกความไม่ได้ขยายความไปถึงผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นทนายความอเมริกัน และจากกการอภิปรายแล้วผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นทนายความจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษ ในข
ณะเดียวกัน ผู้ที่แสดงตัว หรือแกล้งเป็นทนายอเมริกัน ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้รับสสิทธินี้

ด้วยเหตุผลที่กบ่าวมาแล้วในข้างต้นควรจะอ้างถึงทนายความที่มีความสามารถและไดรับใบอนุญาตจากสหรัฐอเมริกาในการที่จะให้คำแนะนำแก่ลูกความ ผู้อ่านควรที่จะทำความเข้าใจว่า ในบทความนี้ไม่ได้เชิญชวนให้มีการแต่งงานและไม่ใช่ความตั้งใจของผู้เขียนที่จะเขียนถึงการโฆษณาดังกล่าว บทความนี้เป็นบทความที่จะเตือนให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงการตัดสินใจที่ลูกความควรค้นหาข้อมูลในการเลือกทนายความ ความสัมพันธ์ระหว่างทนายความและลูกความไม่ใช่ “สิ่งที่เหมาะสำหรับฝ่ายเดียว” และเป็นคุณภาพในการบริการทางกฎหมายอีกด้วย ดังนั้นควรจะมีการหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะจ้างทนายความ

To view this posting in English please see: K1 Visa Thailand.

more Comments: 04

25th May 2011

ผู้ที่ศึกษาเรื่องการเข้าเมืองของครอบครัวอเมริกันอาจสนใจในวีซ่า เค-วัน หรือ ซีอาร์-วันของคู่หมั้นใหม่  อ้างถึงความกังวลของพลเมืองอเมริกันที่มีการทำให้การเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาของคู่หมั้นหรือคู่สมรสต่างชาติ ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นในประเทศไทย หรือในกัมพูชา โดยแท้จริงแล้วหมายถึงการทำวีซ่าแต่งงานสหรัฐอเมริกา(เรียกวีซ่านี้ว่า  ซีอาร์-วัน หรือ วีซ่า ไออาร์-วัน) หรือวีซ่าคู่หมั้นให้แก่คู่หมั้น หรือคู่สมรสชาวไทยหรือกัมพูชา คำถามต่อมาคือ วีซ่าประเภทใดที่ได้รับมากกว่า

ในปัจจุบันนี้ ใช้เวลาน้อยกว่าในการที่จะได้รับวีซ่าประเภทเค-วัน เปรียบเทียบกับวีซ่า ซีอาร์-วัน อ้างว่า ความเห็นของผู้เขียนในทางปฏิบัติแล้ว ระยะเวลาของการทำวีซ่าสองปะเภทนี้ใกล้เคียงกัน และโดยสรุปแล้วจะเป็นทางที่ดีกว่าถ้ามีการหาข้อมูลเกี่ยวกับการยื่นคำขอวีซ่าประเภท ซีอาร์-วัน หรือไออาร์-วันจากแหล่งข้อมูลมากกว่าที่จะดำเนินการในกระบวนการของวีซ่า เค-วันเพียงอย่างเดียว สิ่งที่พึงระลึกถึงนั้นคือ ผู้อ่านควรจะระลึกถึงว่า กระบวนการที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับหลายๆคู่ภายใต้สถานการณ์ที่มีขั้นตอนเกี่ยวกับระยะเวลามากมาย

แม้ว่า วีซ่าเค-วันจะช่วยให้คู่หมั้นชาวต่างชาติได้เดินทางเข้ามาในสหรัฐอเมริกาได้เร็วกว่าการที่คู่สมรสขอวีซ่าประเภทซีอาร์-วันซึ่งถือวีซ่าประเภทผู้พำนักในสหรัฐอเมริกาประเภทถาวร ในทางกลับกันผู้ที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าประเภทเค-วันจะต้องดำเนินกระบวนการเปลี่ยนแปลงสถานะเพื่อให้ได้กรีนการ์ด

หากไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงในเรื่อง ระยะเวลากระบวนการของUSCIS อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเรื่องเวลาเล็กน้อยที่จะได้รับคำขอวีซ่าเค-วันเมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆปีที่ผ่านมา กระบวนการของวีซ่าประเภทเค-วัน นั้นมีระยะเวลานานในหลายๆเดือนที่ผ่านมา ระยะเวลาการรอคอยที่นานมากขึ้นนั้นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงศูนย์วีซ่าแห่งชาติ และสถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาที่มีขั้นตอนและเขตอำนาจที่แตกต่างกัน  ตามกระบวนการคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาที่ระยะเวลาดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับกงสุลมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น หรือลดลงนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวกับศูนย์บริการของสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในต่างประเทศ ขณะนี้ เป็นเรื่องยากที่จะคำนวณระยะเวลาที่แน่นอนสำหรับกระบวนการทางกงสุลในเอเชียเนื่องจากมีปัจจัยต่างๆมากมายที่ต้องคำนึงถึง ความเห็นของผู้เขียนนั้นควรที่จะมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าครอบครัวก่อนที่จะตัดสสินใจในเรื่องการเข้าเมืองซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะเพิกถอนได้เหมือนวีซ่าประเภทอื่น จะทำให้เอกสารการเดินทางนั้นไม่ก่อให้เกิดผล หากมีการใช้เอกสารดังกล่าวก็จะส่งผลต่อองค์ประกอบหลายๆอย่างของสถานะพลเมืองผู้ทีถิ่นฐานถาวรในสหรัฐอเมริกา

To view this posting English please see: Legal.

more Comments: 04

20th April 2011

สิ่งที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้คือ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ได้ให้คำแนะนำแก่หน่วยบริการการเข้าเมืองและพลเมืองอเมริกัน (USCIS) ในการที่จะจัดการกับการชะลอการเนรเทศคู่ของคนเพศเดียวกันที่เป็นพลเมืองอเมริกันและเป็นผู้มีถิ่นฐานถาวรซึ่งมีการประกาศเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา อ้างโดยตรงจากบทความที่เขียนในเว็บ Advocate.com ซึ่งเกี่ยวกับ การไม่ชะลอเรื่องของการเข้าเมืองของคู่เกย์

เช้าวันพุธ เลขาธิการ USCIS คริสโตเฟอร์ เอส.เบนท์ลีย์กล่าวว่า ตัวแทนได้รับคำแนะนำทางกฎหมายให้ยกเรื่องการชะลอที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คำแนะนำนี้เป็นไปในรูปแบบของลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานอัยการที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (USCISเป็นส่วนหนึ่งของ DHS)

.ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงค์ที่อ้างถึงด้านบน

เป็นที่ปรากฎอย่างชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ของหน่วยบริการการเข้าเมืองและพลเมืองสหรัฐอเมริกา (USCIS) ด้วยความพยายามที่จะหาหนทางที่จะช่วยเหลือกลุ่มเพศที่สามในสหรัฐอเมริกากับคู่เพศเดียวกันสองสัญชาติผู้ที่อยู่ในกระบวนการเข้าเมืองนี้ เนื่องจากเป็นการปกป้องการแต่งงานของเพศเดียวกัน คำถามของผู้เขียนคือ เพราะเหตุใดจะมีทางแก้ปัญหาเรื่องของรัฐได้ เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่า วิธีที่จะแก้ปัญหาในประเด็นนี้ ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา แต่ดูเหมือนว่า ฝ่ายบริหารจะแก้ปัญหาในประเด็นนี้ผ่านทางกฎระเบียบภายในและแนวทางปฏิบัติของฝ่ายบริหาร แต่สิ่งนี้ไม่ใช่วิธีทางกฎหมาย และไม่เป็นไปตามกฎหมายที่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่างๆเช่นที่จะกระทบต่อกลุ่มเพศที่สาม ตามทัศนะของผู้เขียน แม้คำตัดสินศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาในประเด็นการรับรองของส่วนกลางให้เป็นไปตามกฎหมายและบังคับใช้ในแต่ละรัฐมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้เป็นหนทางในการอนุญาตให้คู่เพศเดียวกันได้รับสิทธิประโยลชน์ทางการเข้าเมืองเช่นเดียวกับสิทธิคู่ต่างเพศสองสัญชาติ

การประกาศจาก USCIS ในวันจันทร์เกี่ยวกับ “การชะลอ” การเนรเทศของคู่เพศเดียวกันของพลเมืองอเมริกันและผู้มีถิ่นฐานถาวร เนื่องจากการบรรเทาแก่ชาวอเมริกันผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเนรเทศตามพระราชบัญญัติ “การคุ้มครองการแต่งงาน” (DOMA) เนื่องจากคู่เพศเดียวกันสองสัญชาตินั้นเป็นไปตามกฎหมายที่การแต่งงานของคนเพศเดียวกันมีผลใน 6 รัฐ (รวมทั้งแคลิฟอร์เนีย)ซึ่งอนุญาตให้มีการแต่งงานของคู่เพศเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่มีการรับรองจากส่วนกลางของการแต่งงานเพศเดียวกันภายใต้เขตอำนาจของรัฐที่มีอำนาจซึ่งเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเรียกว่า “พระราชบัญญัติการคุ้มครองการแต่งงาน” (DOMA)ซค่งมีการร่างในสมัยของประธานาธิบดีวิลเลียม เจฟเฟอร์สัน คลินตัน

เมื่อไม่นานมานี้ ในบันทึกจากสำนักงานอัยการ (อีริค โฮลเดอร์)ถึงโฆษกสภาผู้แทนราษฎร ความว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีเห็นว่า คู่เพศเดียวกันควรจะได้รับสิทธิในการตรวจสอบที่เข้มงวดจากศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาและฝ่ายบริหารไม่ได้ดำเนินการต่อพระราชบัญญัติ DOMA ต่อคู่เพศที่สาม บทความนี้บอกว่า อาจจะไม่เป็นการให้สิทธิประโยชน์ของการเข้าเมืองเนื่องจากมีการพลาดไม่มี “ข้อโต้แย้ง” ก่อนที่ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาจะนำไปสู่สถานการณ์ที่มีประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อนที่ไม่ได้ตัดสินโดยศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาและยังคงเป็นเรื่องที่ถูกลืมในประเด็นที่ไม่มีความหนักแน่น ประกาศของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพิ่มเติมว่า จนกระทั่งบทบัญญัติในพระราชบัญญัติ DOMA ซึ่งจะมีการรับรองส่วนกลางในการแต่งงานของเพศเดียวกันเป็นจุดพลิกผันของการแต่งงานของกลุ่มเพศที่สาม (อย่างน้อยที่สุดในมุมมองของผู้มีอำนาจทางกฎหมาย)

ประเด็นหนึ่งที่กล่าวอ้างข้างบนเป็นที่น่าสนใจของบทความนี้ ข้อความต่อไปนี้อ้างโดยตรงจากบทความที่กล่างมาแล้วก่อนหน้านี้

เบนท์ลีย์ปฏิเสธที่จะเผยแพร่เอกสารใดๆที่เป็นลายลักษณ์อักษรในเวลานี้ อาจกล่าวได้ว่า เป็นการสื่อสารที่ได้รับสิทธิประโยชน์ เขาเน้นว่า นโยบายอย่างเป็นทางการใน DHS ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ด้วยสิทธิประโยชน์ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในแบบของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิให้สิทธิพิเศษ (หลักการที่สำคัญที่ขะสงวนสำหรับบุคคลโดยธรรมชาติในการติดต่อกับหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา) ในการที่จะเก็บบันทึกไว้เป็นความลับ ทำไมต้องเป็นความลับ ทำไมเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของกลุ่มเพศที่สามจึงไม่มีการบังคับใช้ให้เป็นธรรมและอาจจะมีการวางฐานะของกลุ่มเพศที่สามน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับฐานะของพวกเขาก่อนที่จะมีบันทึกถึงโฆษกสภา ดังนั้นกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิได้อ้างถึงสิทธิประโยชน์ในการสื่อสารกับหน่วยบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองอเมริกัน (USCIS) ตัวแทนอเมริกันภายใต้เขตอำนาจของ DHS เป็นเรื่องแปลกหรือไม่ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอ้างถึงนโยบายระหว่างตัวแทนที่จะรักษาสสิทธิของอเมริกันและครอบครัวอเมริกัน ตามความเห็นของผู้เขียนว่า เจ้าหน้าที่รัฐของสหรัฐอเมริกาทำหน้าที่รับใช้ประชาชนและดังนั้นต้องการที่จะสร้างความโปร่งใสในนโยบายโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายที่มีผลกระทบในวงกว้างต่อพลเมืองและครอบครัวของสหรัฐอเมริกา

โดยปรากฏอย่างชัดแจ้ง การโจมตีความเท่าเทียมกันของสิทธิการเข้าเมืองของกลุ่มเพศที่สามยังไม่ได้รับชัยชนะ แต่สำหรับผู้ที่สนใจในประโนนี้อาจเป็นการรณรงค์ที่แสดงให้เห็นถึงการเยียวยาของคู่เพศเดียวกันภายใต้กฎหมายสหรัฐอเมริกา บทความนี้จคอยคัดเลือกประเด็นที่สำคัญและน่าสนใจ

อีกวอธีการหนึ่งที่จะได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันของคู่เพศเดียวกันสองสัญชาติผ่านทางการร่างกฎหมายเช่นพระราชบัญญัติการรวมกลุ่มของครอบครัวอเมริกัน (UAFA)ซึ่งได้ให้สิทธิแก่คู่เพศเดียวกันสองสัญชาติในการขอวีซ่าคนเข้าเมืองสำหรับ “คู่ถาวร”ของเขา” ดังนั้น เป็นการหลีกเลี่ยงข้อกำหนด DOMA การร่างกฎหมายของส่วนกลางเช่นผู้แทนเจอร์รัลด์ แนดเลอร์เสนอร่างกฎหมายอีกครั้งด้วยความพยายามที่จะหาวิธีที่จะบรรเทาสิทธิประโยชน์การแต่งงานของคู่เพศเดียวกันสองสัญชาติที่ยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรม  ในขณะที่เขียนนี้ นายแนดเลอร์ ยังคงที่จะเปิดการเรียกร้องเกี่ยวกับ DOMA และการปประกาศใช้พระราชบัญัญติการเคารพสิทธิการแต่งงานซึ่งเป็นงานการร่างกฎหมายที่ฟื้นฟูมาจากการรับรองของรัฐในการแต่งงานตามกฎหมาย อย่างน้อยที่สุดในส่วนหนึ่ง สิทธิของคู่แต่งงานเพศเดียวกันต้องการความเป็นธรรมตามากฎหมาย

To view this information in English please see: Department of Homeland Security.

more Comments: 04

30th March 2011

ช่วงนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจที่ปรากฏขึ้นคือ กระทรวงความมั่นคงแหห่งมาตุภูมิของหน่วยบริการการเข้าเมืองและพลเมืองสหรัฐอเมริกา (USCIS) ได้ยกเลิกการยับยั้งถ้ามีกระบวนการพิจารณาของคู่เพศเดียวกันของพลเมืองสหรัฐอเมริกาหรือผู้มีถิ่นฐานถาวรในสหรัฐอเมริกา อ้างโดยตรงจากเว็บไซต์ dailynews-update.net:

หน่วยบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองสหรัฐอเมริกายืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในการที่จะชะลอการเนรเทศคู่ของเพศเดียวกันหากมีผลกระทบต่อการตัดสินใจโดยกระทรวงยุติธรรมที่อาจจะปกป้องพพระราชบัญญติคุ้มครองการแต่งงานได้ไม่นาน

คริส เบนลีย์ เลขาธิการสื่อมวลชนของ USCISกล่าวว่า “USCIS มีประเด็นที่จะแนะนำในเรื่องของกรณีที่เกี่ยวข้องในการระงับไว้อย่างชั่วคราวในขณะที่คำแนะนำในขั้นสุดท้ายรอเพื่อที่จะยืนยันในประเด็นที่เกี่ยวกับกฎหมายอื่นๆ”

ผู้เขียนแนะนำว่า ผู้อ่านควรจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากลิงค์ข้างบนเพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

มีประเด็นทางกฎหมายหลายๆแง่มุมที่เกิดขึ้นกับประเด็นเรื่องการแต่งงานของเพศเดียวกันและการรับรองของรัฐบาล ผู้ที่ติดตามอ่านบทความอาจจะสังเกตเห็นว่า ผู้เขียนใช้เวลาในการวิจารณ์และติดตามประเด็นต่างๆที่มีการโจมตีสิทธิพลเมืองของอเมริกันและผู้ที่มีถิ่นฐานถาวรและรวมถึงการโจมตีการรับรองของสิทธิพิเศษในการแต่งงาน

การโจมตีสิทธิที่เท่าเทียมกันของการแต่งงานสำหรับกลุ่มเพศที่สาม (LGBT) มีผู้ร่างกฎหมายจำนวนมากสนับสนุนเหตุผลของคู่เพศเดียวกันสองสัญชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้แทนเจอรัลด์ นาเดลล์ได้แนะนำอีกครั้งเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการรวมครอบครัวอเมริกัน (UAFA)ด้วยความพยายามที่จะนำไปสู่การรักษาสิทธิประโยชน์การเข้าเมืองสำหรับคู่เพศเดียวกันสองสัญชาติในแบบเดียวกับทั่ปฏิบัติต่อคู่ต่างเพศ ในขณะเดียวกัน ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสิทธิที่เท่าเทียมกันของการเข้าเมือง และบทความที่เกี่ยวกับกองทุนความเท่าเทียมกันของการเข้าเมืองได้ประกาศสถานะที่เกี่ยวกับการที่ DHS ออกกรีนการ์ดของคู่เพศเดียวกันที่เป็นต่างชาติและผผู้มีถิ่นฐานถาวรในสหรัฐอเมริกา  การประกาศเช่นนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการชี้แจงถึงการขยายระบบเกี่ยวการเมืองละการเข้าเมืองที่เกี่ยวกับความพยายามที่จะจัดการกับประเด็นดังกล่าว เป็นที่เจนว่าการเคลื่อนไหวที่เรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมกันของกลุ่มเพศที่สาม(LGBT)มีพื้นฐานมาจากการศึกษาในประเด็นชีวิตจริงในระบบคนเข้าเมือง

สิ่งที่จะต้องตระหนักถึงในบทความนี้คือ อัยการของรัฐอีริค โฮลเดอร์ได้ส่งข้อความถึงสภาผู้แทนอ้างโดยอ้างว่า ฝ่ายบริหารอาจจะไม่รู้สึกว่า คดีเกี่ยวกับ“พระราชบัญญัติคุ้มครองการแต่งงาน” (DOMA)เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ มีผู้ที่ถกเถียงในประเด็นที่ขัดแย้งกับหน้าที่ของฝ่ายบริหารตามกฎหมายสหรัฐอเมริกา สมาชิกสภาคองเกรสบางคน รวมทั้งฝ่ายประธานาธิบดีหวังว่า นิวท์ จิงริชจะออกเสียงในการกล่าวหาถึงประเด็นนี้ ในขณะที่เขียนบทความนี้ เหตุการณ์นี้ยังไม่ได้เกิดขึ้น

ผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินฝ่ายบริหารของสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้ติดตามกรณี DOMA เพราะการทำเช่นนั้นเป็นการขัดขวางอำนาจศาลสูงสุดเนื่องจากเป็นการขาดองค์ประกอบของ “คดีหรือความขัดแย้ง” ผู้เขียนขอแย้งว่า ศาลสูงสุดสหรัฐเป็นผู้มีอำนาจดีที่สุดในประเด็นนี้ในการยืนยันการรับรองการแต่งงานของคู่เพศเดียวกันตามบทบัญญัติที่อยู่ในความศรัทธาและความเชื่อในรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา

ประเด็นทั้งหมดของการแต่งงานและการรับรองของรัฐบาลอเมริกาจะยังคงอยู่ในระหว่างการตัดสิน แต่สำหรับผู้ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิที่เท่าเทียมของกลุ่มเพศที่สาม (LGBT) คำตัดสินของ USCIS นี้เป็นเรื่องที่ดี

To view this information in English please see: same sex marriage.

more Comments: 04

29th March 2011

สิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นที่น่าสนใจเมื่อเร็วๆนี้  หน่วยบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองสัญชาติอเมริกัน (USCIS) อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนต่างๆซึงเกี่ยวกับกระบวนการการยื่นคำขอเข้าเมืองที่เกี่ยวกับการขอวีซ่าประเภทซีอาร์-1 ไออาร์-1 วีซ่า เค-1 และวีซ่าเค-3 ซึ่งยื่นโดยพลเมืองอเมริกันและพลเมืองที่มีถิ่นฐานถาวร อ้างโดยตรงจากบันทึกของ USCIS ที่อ้างลงใน ILW.com:

บันทึกนี้ได้ให้คำแนะนำในเรื่องของศูนย์บริการ USCIS ในประเด็นของการเปลี่ยนแปลงในการจัดการของคำขอ I-130 และ คำขอ I-129F ที่ยื่นโดยผู้ยื่นคำขอที่เกี่ยวข้องกับ “ข้อหาเกี่ยวกับความผิดเล็กๆน้อยๆ” ภายใต้พระราชบัญญัติการความปลอดภัยและการปกป้องเด็กอดัม วอร์ช ปี 2006 (พระราชบัญญัติอดัม วอร์ช หรือ AWA) และเกี่ยวข้องกันกับประเด็นนี้ บันทึกนี้ปรับใช้กับคำขอที่เกี่ยวกับศูนย์บริการและไม่ใช่คำขอที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานของ USCIS

โดยทั่วไปแล้ว คำขอ I-130 (ประเภทที่ใช้สำหรับการอ้างคำขอของวีซ่า CR-1 หรือวีซ่า IR-1)เป็นกระบวนการของ หน่วยบริการ USCIS ซึ่งเป็นกระบวนการเฉพาะและเป็นหลักฐานการชำระเงิน ในบางกรณี อาจจะเป็นไปได้ที่กระบวนการของ I-130ในสำนักงานต่างๆที่ตั้งอยู่ในต่างแดน เช่นสำนักงาน USCISในกรุงเทพฯ คำขอของ I-129f (เป็นประเภทหนึ่งของการยื่นคำขอวีซ่าคู่หมั้นสหรัฐ หรือวีซ่า K1)ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานของศูนย์บริการUSCISในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสำนักงานหลักไม่สามารถดำเนินการต่างๆได้ในขณะที่เขียนบทความนี้อยู่ อ้างเพิ่มเติมจากบันทึกข้อความที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

USCIS จะเป็นศูนย์กลางที่ VSC ในการเป็นศูนย์บริการ หากศูนย์บริการได้มีการตัดสินใจในเบื้องต้นว่ามีการประกันคำขอในฐานะที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ AWA ที่ VSCจะให้บริการการจัดการกับปัญหาต่างๆจากรัฐบาลกลาง รัฐ และตัวแทนท้องถิ่นอื่นๆในเรื่องที่เกี่ยวกับ AWA ดำเนินการอยู่ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับหนึ่งในสี่ของศูนย์บริการ (ในที่นี้อ้างถึง “หน่วยบริการต้นกำเนิด” หรือ “หน่วยบริการที่ส่งไป”) ในนขณะที่เรื่องที่เกี่ยวกับAWA ต้องการที่จะจัดการแบบพิเศษ การตัดสินใจที่จะรวมอำนาจเกี่ยวกับ AWAที่ VSC จะกระทบต่อเรื่องที่อยู่ในศูนย์บริการอื่นเพียงเล็กน้อย

เป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่า หน่วยบริการการเข้าเมืองและพลเมืองอเมริกัน (USCIS) ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบตามพระราชบัญญัติอดัม วอร์ช (AWA) ในบทบาทของศูนย์บริการในเวอร์มอนท์ซึ่งเกี่ยวข้อง

กับ AWAในบทบาทของศูนย์บริการวีซ่าแห่งชาติในกระบวนการทั่วทั้งสหรัฐเนื่องจากตัวแทนมีภาระหน้าที่ในเรื่องเกี่ยวกับคำขอวีซ่าซึ่งมาจาก USCIS และผ่านกระบวนการของสถานทูตอเมริกา หรือกงสุลสหรัฐในต่างประเทศ แม้NVCอยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงของรัฐในขณะที่ศูนย์บริการเUSCISวอร์มอนท์(เหมือนกับศูนย์บริการ USCIS อื่นๆ) ภายใต้เขตขอำนาจของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)และ USCIS

To view this posting in English please see: K-1 visa.

more Comments: 04

28th March 2011

หลายๆเดือนนี้มีแนวโน้มที่รัฐบาลจะปิดดูเหมือนจะเป็นการยิ่งทำให้นัการเมืองต่างๆในสหรัฐอเมริกาแบ่งพรรคแบ่งพวกกันมากขึ้น ในข.ระเดียวกัน ข้อถกเถียงในเรื่องการปิด(แม้แต่การขยายเวลาการทำงานในระหว่างการปิด) ในเวลาเดียวกัน หลายๆฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์การปิด  โดยไม่คำนึงถึงความเห็นของฝ่ายหนึ่ง ดูเหมือนการปิดนั้นจะเป็นไปได้และในกรณีที่มีการปิด กระบวนการทั้งหลายที่เกี่ยวกับการเข้าเมืองอาจจะมีการศึกษาถึงผลกระทบว่าการปิดอาจจะมีผลต่อกระบวนการเข้าเมือง

อ้างข้อความข้างล่างโดยตรงจากบทความในเว็บไซต์ CaldwellTeaParty.org:

เดือนต่อมาจะมีการเจรจาอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับเพดานหนี้และ GOP จะมีการตัดสินใจว่าจะปิด หรือมีการรวมพรรค งบประมาณซึ่งมีการจัดการกับเคนท์ คอนราดและพันธมิตร

ข้อความที่อ้างข้างต้นอาจจะเป็นที่ชัดเจนและกระชับในการที่จะสรุปถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้ในการปิด หน่วยงานทาปกครองแนะนำให้ผู้อ่านคลิกที่ลิงค์ซึ่งเป็นประเด็นที่ค่อนข้างซับซ้อน ผู้ที่สนใจในการยืนยันการปิดอาจจะเป็นเรื่องที่หาได้จากโดยหน่วยทางปกครองอ้างโดยตรงจากวิกกิพี่เดีย

การปิดของรัฐบาลเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลไม่ได้จัดการกับสิ่งที่สำคัญ  โดยทั่วไปแล้ว การบริการซึ่งจะคงดำเนินต่อไปโดยไม่คำนึงถึงการปิดของรัฐบาล เช่น ตำรวจ การดับเพลิง การทหาร สาธารณูปโภค การจัดการทางอากาศ และการควบคุมประพฤติ

การปิดสามารถที่จะเกิดเมื่อครบองค์ประกอบทางกฎหมาย (เช่นมีอำนาจในการออกร่างกฎหมายของการวีโต้โดยสมาชิกระดับสูง) มาสามารถอนุมัติงบประมาณในการจัดสรรเงินของแผนงานรัฐบาลในระหว่างปีงบประมาณ การขาดแคลนกองทุน รัฐบาลทำงานไม่ต่อเนื่องในการจัดสรรบริการที่สำคัญที่จะกระทบต่อการเริ่มต้นปีงบประมาณ ลูกจ้างของรัฐผู้ที่มห้บริการสาธารณะ มักจะอ้างถึง “ความสำคัญของลูกจ้าง เพื่อใหห้ภารกิจต่างๆบรรลุเป้าหมาย”

แม้ว่าการอ้างข้างต้นจะช่วยจัดการกับประเด็นที่เกิดขึ้นโดยการปิดของรัฐบาล คำถามนี้มีแนวโน้มว่า ผู้ที่ชาวต่างชาติอยู่ในระหว่างขั้นตอนกระบวนการเข้าเมือง การปิดของรัฐบาลจะกระทบอย่างไรกับวีซ่าของคู่หมั้น คำตอบก็คือ การปิดของรัฐบาลกลางจะส่งผลให้ขั้นตอนต่างๆในกระบวนการเข้าเมืองของรัฐบาลกลางชะงักลง  ดังนั้น การปิดของรัฐบาลกลางอาจจะส่งผลเล็กน้อย ถ้าหากมี กรณีนี้คำนึงถึงการขอวีซ่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุล ข้อมูลเพิ่มเติมอาจจะติดต่อโดยตรงจากบทความ Diplopundit

ในปี 1995 การยื่นคำขอวีซ่าทั้งหมดเป็นแบบยื่นด้วยตัวเอง ทุกวันนี้มีการยื่นคำขอวีซ่าจำนวนมากผ่านทางระบบออนไลน์ นั่นหมายความว่า การนัดวีซ่าจะต้องยกเลิกและมีการนัดหมายใหม่ถ้ามีการปิดลง ส่วนของกงสุลจะเปิดให้บริการเกี่ยวกับชีวิตและและความตาย นั่นหมายถึงคำขอในกรณีที่พาสปอร์ตสูญหาย การแจ้งการเกิดในต่างประเทศ การรับบุตรบุญธรรม การรับรองลายมือชื่อ และอื่นๆ จะต้องคอยจนกว่ารัฐบาลกลางเปิดอีกครั้งหนึ่ง

ผู้เขียนบทความนี้ขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นคลิกในลิงค์ข้างบนที่อ้างถึงซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้างต้นนี้

เป็นที่ปรากฏอย่างชัดเจนว่า การอนุมัติของการปิดลงของรัฐบาลจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากสำหรับผู้ที่อยู่ในกระบวนการการขอวีซ่า ในขณะเดียวกัน เป็นที่ปรากฏชัด แม้ว่า USCIS จะดำเนินการปฏิบัติการปกตินอกจากจะเป็นไปได้ในการปิดตัวลง อ้างโดยตรงจากเว็บไซต์ Martindale.com:

USCIS ประกาศว่า เพราะว่า เป็นบรการที่มีค่าธรรมเนียมม ควรจะยังคงเปิดในระหว่างที่รัฐบาลปิดทำการ การปฏิบัติการของศูนย์บริการสี่แห่งควรจะไม่ได้รับผลกระทบ สำนักงานของ USCIS ท้องถิ่นควรจะยังคงเปิดบริการอยู่

ผู้เขียนขอแนะนำอีกครั้งหนึ่งว่า ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาได้เพิ่มเติมจากลิงค์ข้างบน

สิ่งที่พึงระลึกถึงคือ สิ่งที่อ้างถึงข้างต้นใช้คำว่า “ควรจะ” บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ยากที่จะทำนายถึงผลกระทบของการปิดรัฐบาลที่จะมีผลกระทบต่อหน่วยบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองสัญชาติอเมริกา (USCIS) เนื่องจาก หน่วยบริการมีความพยายามที่จะหาเงินทุนด้วยตนเองโดยผ่านทางค่าธรรมเนียมของการยื่นคำขอ อาจกล่าวได้ว่า ประเด็นทั้งหมดของการปิดตัวลงของรัฐบาลเป็นหลักฐานที่ชัดเจน แต่ไม่ควรจะหมายถึงว่า จะไม่เป็นเช่นนั้น ในความเป็นจริงแล้ว พลเมืองอเมริกันผู้ที่ประสงค์จะขอวีซ่ามีแนวโน้มที่เรื่องของพวกเขาจะช้าลงเนื่องจากการปิดของรัฐบาล (ควรจะที่จะเกิดขึ้นซึ่งยังคงที่จะสังเกตเห็นได้)

To view this posting in English please see: US Embassy.

หากต้องการที่จะทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดคลิกที่นี่ USCIS processing time.

more Comments: 04

24th March 2011

เมื่อเร็วๆนี้ผู้เขียนได้ติดตามเรื่องที่น่าสนใจคือ บทความของกองทุนความเสมอภาคการตรวจคนเข้าเมือง รายงานว่า ชาวอเมริกันเรียกร้องต่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับสถานะของผู้ที่อยู่อาศัยอย่างถาวรตามกฎหมายสำหรับคู่ของกลุ่มเพศที่สาม (LGBT)ที่ถือสัญชาติอเมริกันและเป็นผู้อยู่อย่างถาวรตามกฎหมาย อ้างโดยตรงจาก Immigration Equality Action Fund Blog:

ในการสัมภาษณ์ที่มีการเผยแพร่เมื่อคืนนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ของหน่วยงานความเสมอภาคตรวจคนเข้าเมืองราเชลล์ บี ไทเวนเรรียกร้องให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิยกเลิกการปฏิเสธการยื่นขอกรีนการ์ดของคุ่แต่งงานชาวอเมริกันในกลุ่มเพศที่สาม

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายเพื่อสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียมกันของกลุ่มเพศที่สามซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติการคุ้มครองการแต่งงาน (DOMA) ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาห้ามคู่เพศเดียวกันได้รับสิทธิประโยชน์ แม้ว่า สิทธิประโยชน์นั้นจะเป็นสิทธิที่คู่ต่างเพศได้รับอยู่ตามธรรมดาก็ตาม ในขณะเดียวกัน จำนวนของรัฐที่มีอำนาจในอเมริกันเรียกร้องให้พลเมืองและวางมาตรการที่จะอนุญาตให้มีการแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างบุคคลที่เป็นเพศเดียวกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการแต่งงานอาจจะถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการรับรองโดยรัฐในสหรัฐอเมริกา เช่น แมสซาชูเซส ตัวอย่างเช่น รัฐบาลกลางยังคงที่จะไม่ถือว่าการแต่งงานนั้นเป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติ DOMA อ้างเพิ่มเติมจากบทความ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคการตรวจคนเข้าเมือง:

“อาจกล่าวเป็นนัยได้ว่า หน่วยงานทางปกครองหยุดที่จะสร้างความแตกแยกในครอบครัวบนหลักของกฎหมายว่า มกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้” ไทเวนกล่าวต่อผู้สื่อข่าววแอนดรูว์ ฮาร์มอน “พวกเราจะเรียกร้องกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในการที่จะยกเลิกการขอกรีนการ์ดสำหรับคู่แต่งงานที่เป็นพลเมืองอเมริกัน”

ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้นนั้น  ผลลัพธ์ของการบังคับใช้พระราชบัญญัติ DOMAในบริยทของคนเข้าเมืองเป็นเรื่องที่มั่นคงและต่อเนื่องของครอบครัวสองสัญชาติ เป็นที่ปรากฏว่า สิทธิที่เท่าเทียมของกลุ่มเพศที่สาม มีความหวังที่จะให้ DHS ช่วยบรรเทาในสสถานการณ์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อ้างโดยตรงจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคการตรวจคนเข้าเมือง

ผู้แทนเจอร์โรลด์ นาร์เดล (D-NY) และโซ  ลอฟเกน (D-CA)เป็นผู้นำที่มีความสำคัญในประเด็นของการตรวจคนเข้าเมืองและกลุ่มเพศที่สามและประเด็นเรื่องคนเข้าเมืองในคองเกรส เชื่อมโยงกับการเรียกร้องการเข้าเมืองในการที่จะหยุดเรื่องคู่แต่งงานตามกฎหมาย วุฒิสภานิวยอร์กคริสเทน กิลลิแบรด์คงที่จะต้องชั่งน้ำหนัก กล่าวกับผู้สื่อข่าวเช่นนั้น ข่าวล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับคู่เกย์และคู่เลสเบี้ยนที่เป็นคู่สองสัญชาตินั้นใจสลาย

บทความนี้แนะนำให้ผู้อ่านคลิกที่ลิงค์ข้างบนในการที่จะศึกษาข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคในการตรวจคนเข้าเมืองและการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพในกลุ่มของเพศที่สาม สิ่งที่พึงระลึกถึงคือ ผู้แทนเจอรัลด์ แนดเลอร์มีการออกกฎหมายที่เป็นไปในทางสนับสนุนมากขึ้น เช่น พระราชบัญญัติการรวมกลุ่มของครอบครัวอเมริกัน (UAFA) ร่างกฎหมายนี้ให้สิทธิประโยชน์เรื่องการเข้าเมืองแก่คู่เพศเดียวกันสองสัญชาติ

รัฐหลายๆรัฐในสหรัฐอเมริกามอบของขวัญให้แก่สิทธิที่เท่าเทียมกันของกลุ่มเพศที่สาม สิทธิประโยชน์ ความคุ้มกันและการป้องกัน หลายๆรัฐเช่น แมสซาชูเซส ไอโอวา โรดไอซ์แลนด์ เวอร์มอนท์ นิวแฮมเชียร์ คอนเนคติกัส และเขตในโคลัมเบียให้การสนับสนุนการต่อสู้สิทธิในครอบครัวของกลุ่มเพศที่สาม ในขณะเดียวกัน การบังคับใช้บทบัญญัติต่างๆในพระราชบัญญัติคุ้มครองการแต่งงาน (DOMA) เป็นการรักษาสิทธิประโยชน์เรื่องการเข้าเมืองที่เท่าเทียมกันของคู่เพศเดียวกันสองสัญชาติ เมื่อเปรียบเทียบกับคู่ต่างเพศ

ประเด็นเรื่องการแต่งงานของเพศเดียวกันและสิทธิที่เท่าเทียมกันเป็นเรื่องที่มีการแนะนำอยู่หลายๆประเด็นที่มีความหลากหลาย แต่ในความคิดเห็นของผู้เขียนไม่ต้องการให้เป้นเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น ผู้เขียนมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา(รัฐแคนซัส)ซึ่งมีการห้ามคู่แต่งงานเพศเดียวกัน (ใช่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การแต่งงานของเพศเดียวกันรัฐแคนซัสนั้น เป็นสิทธิที่จะแต่งงานกับใครก็ได้ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาซึ่งให้สิทธิแก่ชาวแคนซัสเช่นเดียวกับคนอื่นในสหรัฐ แต่การวิเคราะห์ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ต้องตระหนักถึงเบื้องต้นในประเด็นการแต่งงานเพศเดียวกันระหว่างรัฐ) มีบางฝ่ายโต้เถียงว่า เรื่องนี้ไม่ใช้กับศาลแห่งรัฐที่ห้ามการแต่งงานของเพศเดียวกันตามกฎหมายในรัฐอื่นๆ ผู้เขียนบทความนี้เห็นว่า อาจมีการแปลความที่แตกต่างกันในบริบทความความเชื่อมั่นอาจจะมีการอนุญาตในบางรัฐ เช่น แคนซัส ในการที่จะทำให้การแต่งงานตามกฎหมายระหว่างคู่เพศเดียวกันที่ยังคงอาศัยข้อเท็จจริงในเขตอำนาจของรัฐอื่น (ตัวอย่างเช่น แมสซาชูเสส) บทบัญญัติของรัฐอาจจะห้ามการรับรองหรือการบังคับคดี ของการหย่าในคู่เพศเดียวกัน แต่ในบางกรณีนั้นคู่เพศเดียวกันไม่ได้รับสถานะทางการแต่งงานจากส่วนกลางหรือจากระหว่างรัฐ อาจกล่าวได้ว่า ไม่มีประเด็นที่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างชัดเจน

To view this information in English please see: same sex marriage.

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาคลิกที่นี่: UAFA

more Comments: 04

23rd March 2011

เมื่อเร็วๆนี้มีสิ่งที่น่าสนใจว่า รัฐบาลกัมพูชามีการเปลี่ยนแปลงระเบียบที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสในราชอาณาจักร อ้างโดยตรงจากบทความที่เขียนอยู่ในบล็อก United Khmer:

ชายชาวต่างชาติที่อายุมากกว่า 50 ปี จะเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายในการแต่งงานกับหญิงชาวกัมพูชาในประเทศภายใต้กฎระเบียบใหม่ที่ร่างเพื่อจะแก้ปัญหาการแต่งงานที่น่าละอายและการค้ามนุษย์ รัฐบาลกล่าวในวันนี้

การค้ามนุษย์นี้เป็นประเด็นที่ร้ายแรงในชาติเอเชียหลายๆชาติซึ่งประกอบไปด้วยชาติที่เป็นสมาชิกสมาคมเอชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) บทความนี้ได้กล่าวต่อไปว่า:

ชาวต่างชาติที่มีรายได้ต่ำกว่า 2,580 ดอลลาห์สหรัฐต่อเดือนห้ามมิให้แต่งงานกับผู้หญิงในท้องถิ่น  โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กอย คูอ่อง กล่าวต่อAFP แต่ข้อกำหนดนั้นไม่ได้ปรับใช้กับการแต่งงานที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ

มันอาจจะดูเหมือนว่ารัฐบาลกัมพูชาพยายามที่จะวางกฎในการที่จะให้หลักประกันแก่หญิงชาวกัมพูชาที่จะสมรสกับชายชาวต่างชาติซึ่งมีแนวโน้มว่า จะให้ความคุ้มครอง

เป็นสิ่งที่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงจากสหรัฐอเมริกาที่จะเดินทางไปในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข่น กัมพูชา ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมาร์ (พม่า) ลาว มาเลเซีย และสิงคโปร์ในกิจการที่เกี่ยวกับธุรกิจและความยินดี ในบางกรณี พลเมืองอเมริกันที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อที่จะพบคนพิเศษและตัดสินใจที่จะเก็บความรักนั้นกลับมาสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรณีต่างๆ จะมีแนวโน้มที่ชาวต่างชาติที่ขอวีซ่าอเมริกาให้แก่คู่ของตน

ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของคู่แต่งงานที่ให้มานั้นว่าจะเหมาะสมกับการยื่นวีซ่าคู่หมั้นสหรัฐอเมริกา (ชื่งชื่ออย่างเป็นทางการคือ วีซ่าประเภท เค-1) หรือวีซ่าคู่แต่งงานคือ ซีอาร์-1 หรือวีซ่าอีกประเภทหนึ่งคือวีซ่า เค-3 ประเภทผู้ไม่มีถิ่นฐานถาวร คู่แต่งงานที่สมรสกันมาแล้วมากกว่า 2 มีแนวโน้มที่จะให้สถานะของคู่หมั้นในการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาประเภท ไออาร์-1

กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองนั้นแตกต่างไปปตามแต่ประสบการณ์ของแต่ละคู่และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง สำหรับเหตุผลนี้ (อาจจะเกิดขึ้นกับใครหลายๆคน) คู่ที่เลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญในมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรณีต่างๆที่เกิดขึ้น ผู้ที่ต้องการคำแนะนำและคำปรึกษาจากผู้ที่น่าเชื่อถือที่เป็นทนายความอเมริกันในฐานะที่เป็นทนายความผู้ได้รับใบอนุญาตว่าความจากสหรัฐอเมริกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเรือ่งกฎหมายคนเข้าเมืองอเมริกัน

To view this posting in English please see: K-1 visa.

more Comments: 04

The hiring of a lawyer is an important decision that should not be based solely on advertisement. Before you decide, ask us to send you free written information about our qualifications and experience. The information presented on this site should not be construed to be formal legal advice nor the formation of a lawyer/client relationship.