Integrity Legal

Posts Tagged ‘LGBT Visas’

9th December 2010

สำหรับผู้ที่ติดตามบล็อกอย่างต่อเนื่องคงไม่มีข้อสงสัยในเรื่องที่มีการถกเถียงกันเมื่อเร็วๆนี้เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปการเข้าเมือง หน่วยบริการการวิจัยของสภานิติบัญญัติและสมาคมทนายความคนเข้าเมืองอเมริกันได้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการไม่อนุญาตให้เข้าเมืองตามกฎหมายซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในประเด็นของการปฏิรูปคนเข้าเมือง เอกสารอ้างอิงจากการตีพิมพ์โดยหน่วยบริการการวิจัยของสภานิติบัญญัติและสมาคมทนายความคนเข้าเมืองอเมริกัน

ตัวบทกฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์ในการที่จะปฏิรูปการเข้าเมืองในมุมมองที่นอกเหนือจากชาวต่างชาติซึ่งมีการบัญญัติเมื่อปี 1990 ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะขอวีซ่าต้องเผชิญกับการตรวจสอบการเข้าเมืองโดยเจ้าหน้าที่กงสุลของสหรัฐในต่างประเทศ กระบวนการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการขอวีซ่าหรือการเข้าเมืองซึ่งมูลเหตุที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสัญชาติคนเข้าเมือง (INA)หลักเกณฑ์ต่างๆได้แก่ ข้อมูลด้านสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ประวัติที่เกี่ยวกับความมั่นคง การก่อการร้าย ความสงบสุขของประเทศ เช่น ความขัดสน การหางานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตแรงงาน การเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการละเมิดกฎหมายคนเข้าเมือง การขาดคุณสมบัติในการถือสัญชาติ และคนต่างด้าวที่ถูกเนรเทศออกไป หลายปีที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติยังคงยึดหลักการเดิมในการที่จะไม่อนุญาตให้เข้าเมือง กฎหมายสองฉบับที่บังคับใช้เป็นปีที่ 110 สภานิติบัญญัติยังคงยึดนโยบายเดิมในการกีดกันคนต่างด้าวที่เป็นสมาชิกของการก่อการร้าย

การก่อการร้ายเป็นปัจจัยสำคัญที่เจ้าหน้าที่รัฐของอเมริกาได้เชื่อมโยงถึงองค์กรต่างๆที่เกี่ยวกับการเข้าเมืองและการเดินทางมายังสหรัฐอเมริกา ความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประเทศเป็นประเด็นสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่กงสุลและคนเข้าเมืองอเมริกัน อ้างถึงการเผยแพร่ข้อความที่กล่าวถึงแล้ว ดังนี้

ปีที่ 110ของสภานิติบัญญัตินั้นมีประเด็นของการไม่ให้เข้าเมืองของประเด็นเรื่องของสุขภาพกลับมาอีกครั้งคือเรื่องของผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี หรือเอดส์ เมื่อเร็วๆนี้มีประเด็นในเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 ซึ่งก็กลายเป็นประเด็นหนึ่งที่คัดกรองในด่านคนเข้าเมือง มีคำถามมากมายเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องการเข้าเมืองที่เกี่ยวกับบริบททางด้านสุขภาพและแผนการประกันสุขภาพของเยาวชนในปีที่ 111ของสภานิติบัญญัติ

ไข้หวัดใหญ่เป็นประเด็นทางด้านสุขภาพที่มีการตระหนักถึงเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับการเพิกถอน โรคเอดส์ออกจากรายชื่อโรคที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้ให้กลายเป็นสามารถเข้าเมืองได้หลังจากที่ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ไม่สามารถที่จะเข้าสหรัฐอเมริกาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงในหมู่ของเพศที่สาม เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล (LGBT) ในฐานะที่เชื้อเอชไอวีและเชื้อเอดส์ดูเหมือนว่าจะเป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อกลุ่มคนหรือคู่ในหมู่รักร่วมเพศ รายงานนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการอภิปรายเรื่องการร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปการเข้าเมือง

ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงเหตุที่จะไม่สามารถเข้าเมืองได้นั้นไม่เป็นที่ปรากฎ ผู้ที่สนับสนุนการปฏิรูปการเข้าเมืองอาจจะมองหาทางที่จะยกเลิกบทบัญญัติบางมาตราในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอในการร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปการเข้าเมือง บทบัญญัติที่ให้ชาวต่างด้าวผู้ที่ไม่สามารถเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น อาจจะได้รับการระงับไว้ชั่วคราวในส่วนหนึ่งของการร่างกฎหมาย ต้องมีเหตุผลที่หนักแน่นสำหรับการไม่สามารถเข้าเมืองได้ ในทางกลับกันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานการร่างกฎหมายในหมู่ของผู้ที่สนับสนุนนโยบายการปฏิรูปการเข้าเมืองที่เข้มงวด

ทุกๆปีนั้นจะมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ท่ามกลางการที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้นั้นผู้ที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้จะหาทางแก้ไขในการเลือกที่จะขอยกเว้นสิทธิผ่านทาง I-601 หรือ I-212โดยการขออนุญาตล่วงหน้าที่จะเดินทางเข้าไปยังสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้และไม่สามารถที่จะขอยกเว้นสิทธิได้อย่างไม่เป็นทางการซึ่งถูกกีดกันจากสหรัฐอเมริกา สิ่งที่พึงระลึกไว้คือ การที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้นยังคงมีทางแก้ไขคือ การขอยกเว้นสิทธิ อาจกล่าวได้ว่า ขั้นตอนการยกเว้นสิทธิและมาตรฐานในการตรวจสอบการได้รับการยกเว้นสิทธินั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยาก ด้วยเหตุผลดังกล่าว คู่สองสัญชาติหลายๆคู่เลือกที่จะใช้บริการทนายความคนเข้าเมืองอเมริกันเพื่อที่จะช่วยดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการเข้าเมืองอเมริกัน สิ่งที่ควรกระทำคือการตรวจสอบความน่าเชื่อถือในการเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายคนเข้าเมืองอเมริกา เนื่องจากว่าทนายความอเมริกันที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่มีสิทธิที่จะให้คำแนะนำ คำปรึกษาและเป็นตัวแทนในการจัดการเรื่องก่อนที่จะเข้าไปสู่ขั้นตอนของหน่วยบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองสหรัฐอเมริกา (USCIS) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และหน่วยงานของสหรัฐอเมริกา

To view this information in English please refer to the previous posting on this blog.

more Comments: 04

11th October 2010

The issue of Comprehensive Immigration Reform (CIR) is frequently discussed on this blog as it could be one of the most significant issues of the forthcoming legislative sessions as so many individuals could be impacted by changes to the laws upon which the American Immigration system is based. With that in mind, this author discovered an interesting question and answer session between members of the American press and President Barack Obama. The following is a direct quotation from the transcript of this Q & A session as posted upon the American Immigration Lawyers Association website. To quote the transcript and the President directly:

I have consistently, even before I was a presidential candidate, but when I was a U.S. senator and when I was running for U.S. senator, said that we have to move forward on comprehensive immigration reform.

Bill Richardson and I have had a lot of conversations about this. This is a nation of immigrants. It was built on immigrants — immigrants from every corner of the globe who brought their talent and their drive and their energy to these shores because this was the land of opportunity. Now, we’re also a nation of laws so we’ve got to make sure that our immigration system is orderly and fair. And so I think Americans have a legitimate concern if the way we’ve set up our immigration system and the way we are securing our borders is such where people just kind of come and go as they please, well, that means that folks who are waiting, whether it’s in Mexico City or in Nairobi, Kenya, or in Warsaw, Poland — if they’re waiting there filling out their forms and doing everything legally and properly and it takes them five years or six years or 10 years before they’re finally here and made legal, well, it’s not fair to them if folks can just come and ignore those laws.

So what we — I think is so important to do is for us to both be a nation of laws and affirm our immigrant traditions. And I think we can do that. So what I’ve said is, look, yes, let’s secure our borders; yes, let’s make sure that the legal immigration system is more fair and efficient than it is right now because if the waiting times were lessened then a lot of people would be more prone to go through a legal route than through an illegal route; let’s make sure that we’re cracking down on employers who are taking advantage of undocumented workers to not pay them overtime or not pay them minimum wage or not give them bathroom breaks; let’s make sure that we’re cracking down on employers to treat all workers fairly. And let’s provide a pathway to citizenship for those who are already here, understanding that they broke the law, so they’re going to have to pay a fine and pay back taxes and I think learn English, make sure that they don’t have a criminal record. There are some hoops that they’re going to have to jump through, but giving them a pathway is the right thing to do.

Now, unfortunately, right now this is getting demagogued. A lot of folks think it’s an easy way to score political points is by trying to act as if there’s a “them” and an “us,” instead of just an “us.” And I’m always suspicious of politics that is dividing people instead of bringing them together. I think now is the time for us to come together. And I think that economically, immigrants can actually be a huge source of strength to the country. It’s one of our big advantages is we’ve got a younger population than Europe, for example, or Japan, because we welcome immigrants and they generally don’t. And that means that our economy is more vital and we’ve got more people in the workforce who are going to be out there working and starting businesses and supporting us when we’re retired, and making sure Social Security is solvent. All those things are important.

So this is a priority that I continue to have. Frankly, the problem I’ve had right now is that — and I don’t want to get into sort of inside baseball by Washington. But basically the rules in the United States Senate have evolved so that if you don’t have 60 votes, you can’t get anything through the United States Senate right now. And several years ago, we had 11 Republican senators who were willing to vote for comprehensive immigration reform, including John McCain. They’ve all reversed themselves. I can’t get any of them to cooperate. And I don’t have 60 Democrats in the Senate.

And so we’re going to have to do this on a bipartisan basis. And my hope is, is that the Republicans who have said no and have seen their party I think use some unfortunate rhetoric around this issue, my hope is, is that they come back and say, you know, this is something that we can work on together to solve a problem instead of trying to score political points. Okay?

One major concern voiced by those making visa petitions and applications outside of the United States is that of the seeming inequities posed by the possibility of some sort of an amnesty for undocumented aliens currently in the United States. Many prospective immigrants feel that it is somewhat unjust to allow those who broke immigration rules at the outset to be granted a benefit while those waiting for their visa petition or application to process through various agencies and Departments are not accorded any special treatment while they assiduously obey relevant American Immigration laws. When one ponders this situation it would seem rather obvious that the current system is in need of reform, but as the President’s remarks imply, the problem is multi-faceted and cannot be solved quickly or easily as so many individuals and organizations have considerable interests which could be effected by a change to current US Immigration laws, regulations, and policies. Hopefully, some sort of framework can be devised which will deal with the plight of undocumented aliens while maintaining some sort of equitable position for those who chose not to travel to the USA without proper documentation.

Meanwhile, there are many who hope that any Comprehensive Immigration Reform legislation will address the issues associated with same-sex bi-national couples who wish to enjoy immigration benefits equal to those of their different-sex counterparts. In the past, legislation such as the Uniting American Families Act (UAFA) was introduced in an effort to remedy the current restrictions imposed by provisions of the Defense of Marriage Act (DOMA), but such legislation has yet to be passed by the American Congress. It was recently announced that a bill proposed in the US Senate would address CIR issues and includes language designed to redress the discrimination imposed upon LGBT couples by DOMA. Although it remains to be seen how this issue will be resolved many are hopeful that Comprehensive Immigration Reform will redress many of the inequities arising from the current state of US law pertaining to immigration.

For related information please see: Comprehensive Immigration Reform or Same Sex Bi-National Visa.

more Comments: 04

24th April 2010

Many Americans are aware of the recent legislative changes enacted by the United States Congress with the support of President Obama. Recently, a blogger discussed this legislation:

“Having now accomplished Health Care Reform, it is apparent that President Obama has acquired the momentum and political capital to fuel the leadership necessary to fulfill the next campaign promise, that of  immigration reform.  Why then are our congressional leaders still asserting impossible?”

What is this so-called “impossible” legislative task that this writer is concerned about? Put simply, it is equal immigration rights for those bi-national couples of the same sex. Recently, Congressional Representative Gutierrez introduced a Comprehensive Immigration Reform bill, but many in the LGBT immigration community are unhappy with the Bill in its current form:

“Rep Gutierrez’s Bill, however, snubbed gay and lesbian couples, much to the upset of the LGBT community and bi-national same-sex couples, by failing to attach UAFA, the Uniting American Families Act, H.R. 1024, S. 424) a U.S.Immigration and Nationality Act to eliminate discrimination in the immigration laws against gay couples seeking spousal/ partner sponsorship for green cards,  as a critical component to his version of comprehensive immigration reform.  Is he thinking that we should not have immigration equality?  Is he going to attach UAFA later in the process? Does he think UAFA should be a stand-alone Bill.”

UAFA, or the Uniting American Families Act, is an important piece of hotly debated legislation in the United States that, if enacted, would provide immigration benefits to the same sex “permanent partners” of American Citizens and Lawful Permanent Residents. US Congressman Jerrold Nadler has be a strong proponent of UAFA and immigration rights for the “permanent partners” of American Citizens and Lawful Permanent Residents. Exactly what the term “permanent partner” means is left open to further debate, but presently a debate is raging over placing the provisions of UAFA into a Comprehensive Immigration Reform Bill:

“Nadler asserted that this would be the only way – for UAFA to pass- and that would be via passage with a larger immigration reform bill.  The votes would need to be 217 in the House and at least 51 in the Senate.  Congressman Nadler has led the fight for UAFA and is highly respected by activists and the LGBT community, reputed to be one of the most dedicated in the fight for immigration equality.  His ideas are to be trusted and his leadership followed.”

If Representative Nadler believes that same sex visas for bi-national permanent partners will ultimately come to fruition through use of a broader legislative vehicle, then this author is inclined to believe that this is the truth. However, when that broader legislative action will come about remains to be seen.

more Comments: 04

The hiring of a lawyer is an important decision that should not be based solely on advertisement. Before you decide, ask us to send you free written information about our qualifications and experience. The information presented on this site should not be construed to be formal legal advice nor the formation of a lawyer/client relationship.