Integrity Legal

Posts Tagged ‘I601’

10th June 2011

สิ่งที่กำลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ คือ หน่วยบริการพลเมืองสหรัฐอเมริกาและการเข้าเมือง (USCIS) ได้ออกบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการการขอสิทธิอุทธรณ์ ตาม ไอ-601 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมนั้นสามารถอ้างได้โดยตรงจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของUSCIS ตามเว็บ USCIS.gov

วัตถุประสงค์

บันทึกนโยบายนี้ (PM)นำเสนอหลักการเกี่ยวกับกระบวนการในการขอใช้สิทธิอุทธรณ์ตามฟอร์ม ไอ-601ของหน่วยบริการพลเมืองและการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา (USCIS)โดยการยื่นนอกสหรัฐอเมริกา หลักการเหล่านี้มีอยู่ในAFM บทที่ 41.7และในบททบทวนของคู่มือหน่วยปฏิบัติการ ตามเขตอำนาจศาลของแบบฟอร์ม ไอ-601

ขอบเขต

นอกจากข้อยกเว้นที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น บันทึกนี้นำมาใช้และบอกเป็นนัยว่า เจ้าหน้าที่ของ USCIS มีอำนาจวินิจฉัยแต่ละบุคคลนอกสหรัฐอเมริกา
การควบคุม

8 CFR 212.7 ควบคุมการวินิจฉัย USCIS ของฟอร์ม ไอ-601
เบื้องหลังของนโยบาย USCIS ยอมรับการร้องขอที่จะมีการขออุทธรณ์กระบวนการของคำร้อง หรือคำร้องขอที่ผู้สมัครและผู้ยื่นคำขอแสดงถึงเหตุผลในการที่จะอุทธรณ์กระบวนการดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับนโยบายที่ผู้สมัครอาจเรียกร้องว่า ฟอร์ม ไอ-601 อาจจะได้รับการพิจารณา คำร้องขอเกี่ยวกับการอุทธรณ์ในบริบทที่แตกต่างกัน โดยมากแล้วแบบฟอร์ม ไอ-601 ของผู้สมัครนอกสหรัฐอเมริกามีส่วนที่จะช่วยเร่งกระบวนการโดยอาศัยความยากลำบากในการที่จะหาคุณสมบัติของสมาชิกในครอบครัว โดยส่วนมากฟอร์ม ไอ-601ทั้งหมดที่อยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามผู้สมัครบางคนอาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่พิเศษนอกสหรัฐอเมริกาซึ่งจะต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน และมีเหตุผลของเวลาในการที่อยู่ในขั้นตอนของฟอร์มไอ-601 บันทึกนี้ได้แนะนำสิ่งที่เกี่ยวกับคำร้องขอของฟอร์มไอ-601โดยผู้ยื่นคำขอที่อยู่ต่างแดน นโยบายที่ดำเนินการในการจัดการกับทรัพยากรและสถานการณ์ต่างๆขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีโดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติคำขอในการเร่งกระบวนการการอุทธรณ์ฟอร์มไอ-601 ความปรารถนาอย่างแรงกล้านั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์พิเศษ ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีที่จะมีการร้องขอให้วินิจฉัยฟอร์มไอ-601 ความตั้งใจที่จะย้ายถิ่นฐานมายังสหรัฐอเมริกาอาจจะมความเป็นไปได้แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์พิเศษเพียงอย่างเดียว ประเภทของพฤติการณ์พิเศษโดยทั่วไปแล้วช่วยเร่งให้กระบวนการต่างๆรวดเร็วขึ้นสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและอยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับมากกว่าการที่ผู้สมัครในสหรัฐอเมริกาจะรอให้สถานการณ์อยู่ภายใต้กรอบเวลาปกติ

สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกานั้นต้องตระหนักถึงการอุทธรณ์ ไอ-601ที่ให้การเยียวยาสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าไปในสหรัฐอเมริกา หรือยังไม่สามารถที่จะได้รับวีซ่าสหรัฐอเมริกา (เช่นวีซ่า เค-วัน(วีซ่าคู่หมั้น) วีซ่าซีอาร์-1 หรือวีซ่า ไออาร์-1) ในระหว่างกระบวนการทางกงสุลที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในต่างประเทศ

การของสิทธิอุทธรณ์นั้นเป็นที่น่าสับสนกับการอุทธรณ์ ไอ-212 (ยังกล่าวถึงการยื่นคำขอเกี่ยวกับการอนุญาตล่วงหน้าในการกลับเข้าไปในสหรัฐอเมริกา) อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิอุทธรณ์ ไอ-601 และสิทธิอุทธรณ์ ไอ-212 เป็นคำขอสองประเภทที่แตกต่างกันซึ่งมีบางส่วนที่เหมือนกันแต่ไม่ได้มีส่วนที่เหมือนกันทั้งหมด

To view this information in English please see: I-601 waiver.

more Comments: 04

8th June 2011

It recently came to this blogger’s attention that the United States Citizenship and Immigration Service (USCIS) has issued memorandum regarding the process of expediting the adjudication of I-601 waivers. To provide further insight it may be best to quote directly from the official website of USCIS, USCIS.gov:

Purpose
This Policy Memorandum (PM) provides guidelines on how U.S. Citizenship and Immigration Services (USCIS) processes requests to expedite the adjudication of Forms I-601 filed by individuals outside the United States. These guidelines will be included in the AFM Chapter 41.7 and in the revised version of International Operations Division Field Guidance for Form I-601 adjudications.
Scope
Unless specifically exempted herein, this memorandum applies to and is binding on all USCIS employees adjudicating Forms I-601 filed by individuals outside the United States.
Authority
8 CFR 212.7 governs USCIS adjudication of Form I-601.
Background
It has been USCIS’s longstanding policy to accept requests to expedite processing of petitions or applications where the applicant or the petitioner demonstrates reasons that merit expedited processing of a petition or application. Consistent with this policy, an applicant may request that the adjudication of a Form I-601 be expedited. Requests to expedite in the Form I-601 adjudication context present unique challenges. Almost all Form I-601 applicants outside the United States have an interest in expeditious processing given that most are required to establish extreme hardship to a qualifying family member in order for USCIS to consider whether to exercise its discretion to waive the bar to an applicant’s entry into the United States. However, some applicants may be experiencing extraordinary circumstances that present the kind of compelling and urgent, time-sensitive reasons that merit expedited processing of a Form I-601. This memorandum provides guidelines on responding to requests to expedite Forms I-601 filed by applicants overseas. Policy Subject to case management requirements and resource constraints, USCIS managers overseas may, in extraordinary circumstances, exercise discretion on a case-by-case basis to approve a request to expedite adjudication of a Form I-601.1 The strong desire to immigrate to the United States as soon as possible is not by itself “extraordinary.” The types of extraordinary circumstances that may, generally, merit expedited processing are those in which there are time-sensitive and compelling situations that necessitate the applicant’s presence in the United States sooner than would be possible if the application were processed under normal processing times…

For those who are unfamiliar with matters pertaining to United States Immigration it should be noted that the I-601 waiver is often utilized as a remedy for those who have been found inadmissible to the United States or ineligible to receive a US visa (such as a K-1 visa [fiance visa], CR-1 visa, or IR-1 visa) during Consular Processing at a US Embassy or US Consulate abroad.

The I-601 waiver is sometimes confused with the I-212 waiver (also referred to as an application for advance permission to reenter the United States). However, the I-601 waiver and the I-212 waiver are two different application categories which are somewhat similar, but not exactly alike.

For related information please see: Legal.

more Comments: 04

9th December 2010

สำหรับผู้ที่ติดตามบล็อกอย่างต่อเนื่องคงไม่มีข้อสงสัยในเรื่องที่มีการถกเถียงกันเมื่อเร็วๆนี้เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปการเข้าเมือง หน่วยบริการการวิจัยของสภานิติบัญญัติและสมาคมทนายความคนเข้าเมืองอเมริกันได้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการไม่อนุญาตให้เข้าเมืองตามกฎหมายซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในประเด็นของการปฏิรูปคนเข้าเมือง เอกสารอ้างอิงจากการตีพิมพ์โดยหน่วยบริการการวิจัยของสภานิติบัญญัติและสมาคมทนายความคนเข้าเมืองอเมริกัน

ตัวบทกฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์ในการที่จะปฏิรูปการเข้าเมืองในมุมมองที่นอกเหนือจากชาวต่างชาติซึ่งมีการบัญญัติเมื่อปี 1990 ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะขอวีซ่าต้องเผชิญกับการตรวจสอบการเข้าเมืองโดยเจ้าหน้าที่กงสุลของสหรัฐในต่างประเทศ กระบวนการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการขอวีซ่าหรือการเข้าเมืองซึ่งมูลเหตุที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสัญชาติคนเข้าเมือง (INA)หลักเกณฑ์ต่างๆได้แก่ ข้อมูลด้านสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ประวัติที่เกี่ยวกับความมั่นคง การก่อการร้าย ความสงบสุขของประเทศ เช่น ความขัดสน การหางานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตแรงงาน การเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการละเมิดกฎหมายคนเข้าเมือง การขาดคุณสมบัติในการถือสัญชาติ และคนต่างด้าวที่ถูกเนรเทศออกไป หลายปีที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติยังคงยึดหลักการเดิมในการที่จะไม่อนุญาตให้เข้าเมือง กฎหมายสองฉบับที่บังคับใช้เป็นปีที่ 110 สภานิติบัญญัติยังคงยึดนโยบายเดิมในการกีดกันคนต่างด้าวที่เป็นสมาชิกของการก่อการร้าย

การก่อการร้ายเป็นปัจจัยสำคัญที่เจ้าหน้าที่รัฐของอเมริกาได้เชื่อมโยงถึงองค์กรต่างๆที่เกี่ยวกับการเข้าเมืองและการเดินทางมายังสหรัฐอเมริกา ความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประเทศเป็นประเด็นสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่กงสุลและคนเข้าเมืองอเมริกัน อ้างถึงการเผยแพร่ข้อความที่กล่าวถึงแล้ว ดังนี้

ปีที่ 110ของสภานิติบัญญัตินั้นมีประเด็นของการไม่ให้เข้าเมืองของประเด็นเรื่องของสุขภาพกลับมาอีกครั้งคือเรื่องของผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี หรือเอดส์ เมื่อเร็วๆนี้มีประเด็นในเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 ซึ่งก็กลายเป็นประเด็นหนึ่งที่คัดกรองในด่านคนเข้าเมือง มีคำถามมากมายเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องการเข้าเมืองที่เกี่ยวกับบริบททางด้านสุขภาพและแผนการประกันสุขภาพของเยาวชนในปีที่ 111ของสภานิติบัญญัติ

ไข้หวัดใหญ่เป็นประเด็นทางด้านสุขภาพที่มีการตระหนักถึงเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับการเพิกถอน โรคเอดส์ออกจากรายชื่อโรคที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้ให้กลายเป็นสามารถเข้าเมืองได้หลังจากที่ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ไม่สามารถที่จะเข้าสหรัฐอเมริกาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงในหมู่ของเพศที่สาม เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล (LGBT) ในฐานะที่เชื้อเอชไอวีและเชื้อเอดส์ดูเหมือนว่าจะเป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อกลุ่มคนหรือคู่ในหมู่รักร่วมเพศ รายงานนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการอภิปรายเรื่องการร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปการเข้าเมือง

ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงเหตุที่จะไม่สามารถเข้าเมืองได้นั้นไม่เป็นที่ปรากฎ ผู้ที่สนับสนุนการปฏิรูปการเข้าเมืองอาจจะมองหาทางที่จะยกเลิกบทบัญญัติบางมาตราในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอในการร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปการเข้าเมือง บทบัญญัติที่ให้ชาวต่างด้าวผู้ที่ไม่สามารถเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น อาจจะได้รับการระงับไว้ชั่วคราวในส่วนหนึ่งของการร่างกฎหมาย ต้องมีเหตุผลที่หนักแน่นสำหรับการไม่สามารถเข้าเมืองได้ ในทางกลับกันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานการร่างกฎหมายในหมู่ของผู้ที่สนับสนุนนโยบายการปฏิรูปการเข้าเมืองที่เข้มงวด

ทุกๆปีนั้นจะมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ท่ามกลางการที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้นั้นผู้ที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้จะหาทางแก้ไขในการเลือกที่จะขอยกเว้นสิทธิผ่านทาง I-601 หรือ I-212โดยการขออนุญาตล่วงหน้าที่จะเดินทางเข้าไปยังสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้และไม่สามารถที่จะขอยกเว้นสิทธิได้อย่างไม่เป็นทางการซึ่งถูกกีดกันจากสหรัฐอเมริกา สิ่งที่พึงระลึกไว้คือ การที่ไม่สามารถเข้าเมืองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้นยังคงมีทางแก้ไขคือ การขอยกเว้นสิทธิ อาจกล่าวได้ว่า ขั้นตอนการยกเว้นสิทธิและมาตรฐานในการตรวจสอบการได้รับการยกเว้นสิทธินั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยาก ด้วยเหตุผลดังกล่าว คู่สองสัญชาติหลายๆคู่เลือกที่จะใช้บริการทนายความคนเข้าเมืองอเมริกันเพื่อที่จะช่วยดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการเข้าเมืองอเมริกัน สิ่งที่ควรกระทำคือการตรวจสอบความน่าเชื่อถือในการเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายคนเข้าเมืองอเมริกา เนื่องจากว่าทนายความอเมริกันที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่มีสิทธิที่จะให้คำแนะนำ คำปรึกษาและเป็นตัวแทนในการจัดการเรื่องก่อนที่จะเข้าไปสู่ขั้นตอนของหน่วยบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองสหรัฐอเมริกา (USCIS) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และหน่วยงานของสหรัฐอเมริกา

To view this information in English please refer to the previous posting on this blog.

more Comments: 04

8th December 2010

For those who frequently read this web log will undoubtedly note that a frequent topic discussed within these pages is Comprehensive Immigration Reform. In a recent document promulgated by the Congressional Research Service and distributed by the American Immigration Lawyers Association (AILA), the matter of legal inadmissibility was discussed in the context of Comprehensive Immigration Reform. The following is a direct quotation from the document published by the Congressional Research Service (CRS) and distributed by AILA:

Legislation aimed at comprehensive immigration reform may take a fresh look at the grounds for excluding foreign nationals that were enacted in the 1990s. All foreign nationals seeking visas must undergo admissibility reviews performed by U.S. Department of State (DOS) consular officers abroad. These reviews are intended to ensure that they are not ineligible for visas or admission under the grounds for inadmissibility spelled out in the INA. These criteria are: health related grounds; criminal history; security and terrorist concerns; public charge (e.g., indigence); seeking to work without proper labor certification; illegal entrants and immigration law violations; ineligible for citizenship; and, aliens previously removed. Over the past year, Congress incrementally revised the grounds for inadmissibility. Two laws enacted in the 110th Congress altered longstanding policies on exclusion of aliens due to membership in organizations deemed terrorist.

Terrorism has been a key concern for American government officials across the entire spectrum of agencies associated with Immigration and travel to the United States. Public health and safety are also significant issues for American Immigration and Consular Officers. To quote the aforementioned publication further:

The 110th Congress also revisited the health-related grounds of inadmissibility for those who were diagnosed with HIV/AIDS. More recently, the “H1N1 swine flu” outbreak focused the spotlight on inadmissibility screenings at the border. Questions about the public charge ground of inadmissibility arose in the context of Medicaid and the state Children’s Health Insurance Program (CHIP) in the 111th Congress.

Influenza has been concerning to many health officials in recent years. However, for many the removal of HIV/AIDS from the list of diseases which can result in a finding of inadmissibility was a relief as many individuals who were previously inadmissible to the USA may have immediately become admissible after HIV/AIDS was no longer a legal grounds for finding someone inadmissible to the USA. This issue was especially acute in the LGBT community as HIV and AIDS issues seem to have a disproportionate impact upon individuals and couples within that community. The report went on to note that issues pertaining to legal inadmissibility are likely to be discussed in the context of proposed Comprehensive Immigration Reform legislation:

While advocacy of sweeping changes to the grounds for inadmissibility has not emerged, proponents of comprehensive immigration reform might seek to ease a few of these provisions as part of the legislative proposals. The provision that makes an alien who is unlawfully present in the United States for longer than 180 days inadmissible, for example, might be waived as part of a legislative package that includes legalization provisions. Tightening up the grounds for inadmissibility, conversely, might be part of the legislative agenda among those who support more restrictive immigration reform policies.

Many people are found inadmissible to the United States every year. Among those found inadmissible are those who are unable to seek a remedy in the form of either an I-601 waiver or an I-212 waiver application for advance permission to reenter the USA. Individuals who have been found inadmissible and cannot seek a waiver are colloquially referred to as being unwaivably excluded from the United States. Bearing this in mind, many findings of legal inadmissibility can be remedied through use of a waiver. That said, the waiver process and the standard of proof for obtaining a waiver can be difficult to overcome. For this reason, many bi-national couples opt to utilize the services of an American immigration attorney to assist in matters related to United States Immigration. It is always prudent to ask for the credentials of anyone claiming expertise in United States Immigration law as only a licensed American attorney is permitted to provide advice, counsel, and representation in pending matters before the United States Citizenship and Immigration Service (USCIS), the Department of Homeland Security (DHS), and the American State Department.

For related information please see: US Visa Denial.

more Comments: 04

30th November 2010

Those who are regular readers of this blog will no doubt be aware that the issue of 221(g) denials promulgated in relation to visa applications brought before at US Missions, Embassies, and Consulates outside of the United States can be very concerning for those seeking American Immigration benefits for a foreign loved one. In the case of the US Embassy in Vietnam, most US family visa cases are processed out the US Consulate in Ho Chi Minh City. It would seem that the American Consulate in HCMC is considered by State Department officials to be a “high volume” Post as a significant number of visa applications are adjudicated in that jurisdiction each year. Meanwhile, as is the case for any US Mission abroad, the officers at the US Consulate in HCMC take visa fraud seriously and therefore heavy scrutiny is placed upon pending visa applications in an effort to ensure that those receiving visa benefits are legally entitled to such benefits. Furthermore, Consular Officers also review US family visa applications very carefully in order to ascertain whether or not a prospective foreign beneficiary has the requisite subjective intent. Subjective intent is often of great concern in K1 visa applications as the applicant must have a genuine intention to marry their American fiance within 90 days of entering the USA.

The culmination of the US visa process is usually the visa interview which is generally conducted at the US Mission with Consular jurisdiction to adjudicate the visa application. However, in some cases, a Consular Officer may feel that further documentation is necessary in order to complete the adjudication. The American State Department refers to the 221(g), which is a reference to section 221(g) of the United States Immigration and Nationality Act, as a refusal although for purposes of the Department of Homeland Security the 221g is considered a denial. This can be an important distinction for foreign nationals holding the passport of a country which participates in the US Visa Waiver Program as the United States Customs and Border Protection Service (USCBP) considers 221g refusals to be denials which must be disclosed by travelers through the Electronic System for Travel Authorization (ESTA). It should noted that Vietnam is not currently a participant in the Visa Waiver Pilot Program.

In some cases, 221g denials are highly complex and may cause frustration to the applicant and/or their American counterpart. Some find that attorney assistance can be beneficial. An American Immigration attorney can provide insight into the overall process and also assist in making a follow-up with the US Consulate regarding a 221g denial. Furthermore, American Immigration attorneys based in South East Asia can deal with such matters before the Consulate in real time. This can be especially beneficial if the 221g evolves into a situation in which the visa application is denied due to a legal finding of inadmissibility. This can sometimes occur and in such an event the finding of inadmissibility may only be overcome through use of an I-601 waiver. In some cases, there may be no remedy if the applicant is found inadmissible for reasons that cannot be waived. Those thinking about filing for immigration benefits should always be aware that putting on the best case at the outset is the most efficient way of attempting to ensure visa issuance.

For related information please see: US Visa Vietnam or US fiance visa.

more Comments: 04

21st March 2010

Although delicate, the issue of prostitution in Thailand and the impact upon United States Immigration is something that an American Immigration attorney in Thailand should discuss, if for no other reason than the fact that there is a great deal of misinformation about this topic throughout the internet.

First, the relevant law: The United States Immigration and Nationality Act §212(a)(2)(D) has the following to say on the topic of inadmissibility and prostitution:

(D) Prostitution and commercialized vice

Any alien who—

(i) is coming to the United States solely, principally, or incidentally to engage in prostitution, or has engaged in prostitution within 10 years of the date of application for a visa, admission, or adjustment of status,

(ii) directly or indirectly procures or attempts to procure, or (within 10 years of the date of application for a visa, admission, or adjustment of status) procured or attempted to procure or to import, prostitutes or persons for the purpose of prostitution, or receives or (within such 10-year period) received, in whole or in part, the proceeds of prostitution, or

(iii) is coming to the United States to engage in any other unlawful commercialized vice, whether or not related to prostitution,

is inadmissible.

It should be noted that legality is not an issue when it comes to prostitution as even a legal act of prostitution is a legal ground of inadmissibility from the United States of America. In the US State of Nevada, prostitution is legal provided the brothel has a license and comports to certain regulatory rules with regard to health and advertising. However, the act of prostitution itself is not illegal under in Nevada so long as the prostitute works in a licensed establishment. Regardless of the fact that the act may be legal, the Immigration and Nationality Act still makes the act a legal grounds of inadmissibility if it occurred within 10 years of the application for admission to the United States of America.

This seemingly glaring disjunction is the result of the American doctrine of Federalism. In the US, there is one sovereign in the form of the Federal government and 50 sovereigns in the form of the 50 US states. It is possible that State and Federal law will occasionally conflict. For Immigration purposes, the Federal regulations and statutes are controlling over state law. Therefore, regardless of the fact that an act of prostitution may be legal in a US state, it may still be a legal grounds of inadmissibility if it occurred within 10 years of an application for admission to the USA.

In Thailand this is important to note because prostitution is only vaguely defined in criminal statutes. Under the provisions of the Thai Prevention and Suppression of Prostitution Act of 1996 the definition of prostitution is defined as:

“‘prostitution’ means sexual intercourse, or any other act, or the commission of any other act in order to gratify the sexual desire of another person in a promiscuous manner in return for money or any other benefit, irrespective of whether the person who accepts the act and the person who commits the act are of the same sex or not…”

The obvious problem with this definition is the phrase “in a promiscuous manner.” Authorities in Thailand seem to operate under the assumption that acts of prostitution occurring in private are not promiscuous and therefore do not meet the legal definition of prostitution. The United States immigration authorities do not take this view and their view of prostitution falls in line with the more traditional definition which mandates finding of previous engagement in acts of prostitution if the individual in question was paid in exchange for providing sexual gratification.

If a Consular Officer at a US Embassy or US Consulate abroad finds an alien inadmissible because the alien has engaged in prostitution within 10 years of filing an application for a US visa, then the alien will not be able to obtain a US visa, nor will they be allowed to enter the United States of America. This decision is not subject to appeal.

What is the solution if an alien is found inadmissible based upon a finding that they have engaged in prostitution within 10 years of applying for a US visa? Fortunately, the Immigration and Nationality Act provides a remedy for those who are found inadmissible under these circumstances. An I-601 waiver may be filed with USCIS and if approved, the alien will be able to seek admission to the United States of America.

Throughout the internet there are those who claim that the best way to avoid this issue is to lie to a Consular Officer or “omit certain facts.” This practice is highly inadvisable. First, it is illegal and in some cases punishable by five years in a federal penitentiary and a $250,000 fine. Second, it could lead to further problems for an alien because lying to a Consular Officer could result in a finding that the alien had engaged in fraud and misrepresentation which is a separate ground of inadmissibility. Third, such advice is highly unethical and reflects adversely upon anyone who advises a client to lie to a Consular Officer or in a visa application. Run, don’t walk, away from anyone who gives this kind of advice as it is unethical, illegal, and could result in a permanent bar to entering the United States.

Our firm’s policy is to disclose all legally relevant facts and deal with the legal consequences in a straightforward manner.

For More Information Please See: US Visa Thailand.

more Comments: 04

6th March 2010

Since the recent worldwide economic downturn the global tourism industry has suffered a great deal. Much can be attributed to the fact that people have less disposable income, but others are of the opinion that increased promotion may be the key to dealing with this issue. In the United States, the government and business leaders have devised a plan to promote more travel to the USA. To quote a recent posting on CNN’s website:

“President Obama signed legislation into law Thursday to create the United States’ first national travel promotion program…The act will create a nonprofit Corporation for Travel Promotion that will promote the United States as a travel destination and explain travel and security policies to international visitors…”

One aspect of the new program that is stirring up some resentment is the addition of a $10 fee that much be paid by those wishing to enter the United States on the visa waiver program (not to be confused with an I-601 waiver of inadmissibility):

“A $10 fee charged to visitors from countries included in the Visa Waiver Program will partially fund the public-private organization. These visitors will pay the fee every two years when they register online using the Department of Homeland Security’s Electronic System for Travel Authorization…”

As readers may recall, The Electronic System For Travel Authorization (ESTA) is used by those who wish to seek entry into the USA on a visa waiver. This system pre-screens foreign entrants for security purposes. As mentioned previously, tourism around the world is declining, but this program may provide stimulus to this sector of the US economy:

“Despite strong global growth in long-haul international travel between 2000 and 2008, the U.S. welcomed 633,000 fewer overseas visitors in 2008 than it did in 2000, according to figures from the U.S. Department of Commerce. Oxford Economics, an economic consulting and forecasting company, estimates a well-executed promotional program would draw 1.6 million new international visitors annually and generate $4 billion in new visitor spending.”

It remains to be seen how this program will work, but certainly encouragement of tourism is necessary. However, some have questioned how requiring a new fee for travel to the United States will encourage tourism. This is certainly a valid point as increased restrictions on travel for so-called “visa waiver countries” may be one of the reasons behind decreased tourism. There are those who have called ESTA a new type of visa and now that there is a charge for the service it is beginning to become a sort of online visa. That being said, balancing security and economic concerns is difficult.

This new law will likely have very little impact for those from Thailand as Thai nationals do not enjoy “visa waiver” privileges. For this reason Thai nationals must apply for a US tourist visa if they wish to enter the US for recreational purposes. Further, Thais wishing to travel to the US to be with a fiance or spouse must apply for either a K1 visa or a US marriage visa before they will be able to be lawfully admitted.

more Comments: 04

14th January 2010

Virtually all American news media outlets are reporting on the devastation and destruction brought on by the Earthquake in Haiti. We at Integrity Legal would like to take this opportunity to extend our heartfelt sympathies to all of those who have been adversely impacted by this tragedy. For those of Haitian descent or nationality currently living in the United States, the Earthquake has also had an impact upon Department of Homeland Security (DHS) policy. In a recent press release, the Deputy United States Press Secretary Matt Chandler made the following statement:

“Department of Homeland Security Secretary Janet Napolitano and U.S. Immigration and Customs Enforcement Assistant Secretary John Morton today halted all removals to Haiti for the time being in response to the devastation caused by yesterday’s earthquake. ICE continues to closely monitor the situation.”

We at Integrity Legal would like to let the United States Department of Homeland Security as well as Secretary Napolitano know that we appreciate their compassion in this matter as the situation places that agency in a difficult position.

When an alien in the United States is removed, they are generally sent back to their country of origin. In the case of Haitians they are sent back to Haiti, but sending a deportee back to Haiti under the current circumstance would, at the very least, be considered by most to be a rather callous initiative. By suspending removals, DHS has shown that they can respond to a difficult situation in a decisive and compassionate manner.

Removal from the United States can occur as a result of deportation proceedings in United States Immigration Court or expedited removal can occur at a United States port of entry after the finding by a Customs and Border Protection Officer that the prospective entrant should be removed from the United States.

Depending upon the method of removal, the alien will be inadmissible to the United States for a statutorily prescribed period of time. However, there may be a remedy to the issue of inadmissibility either through use of an I-601 waiver or an I-212 application for advance permission to reenter the United States.  Those who have previously been removed from the US may face even stiffer penalties for trying to reenter after removal if they do not seek a waiver or advance permission to reenter.

For those who have been previously removed from the United States and wish to seek reentry, it would probably be wise to contact a licensed US Immigration lawyer in order to obtain advice about how best to proceed in attempting to obtain US Immigration benefits.

more Comments: 04

7th December 2009

Recently, this author was asked about whether or not Thailand and the USA share an extradition Treaty and, if so, what are the ramifications of an American criminal warrant or conviction for those living in Thailand.

Extradition, “is the official process whereby one nation or state requests and obtains from another nation or state the surrender of a suspected or convicted criminal.”

Thailand and the United States currently have an Extradition Treaty. It is similar to the US-Thai Amity Treaty in that it is bilateral, but the subject matter of the Amity Treaty is very different compared to that of an Extradition Treaty. An Extradition Treaty provides a framework whereby the United States authorities can request that a suspect be handed over to the American authorities. That being said, for more information on specific legal citations please see the relevant Wikipedia page.

As Thailand and the United States share an Extradition Treaty, a person with American Criminal Warrants or American Arrest Warrants could be subjected to United States jurisdiction while in Thailand or while traveling between Thailand and another country. Even if not arrested in Thailand, it is always wise for those with criminal warrants or convictions to deal with the matter so that it can be “put to rest.” It is never wise to run from one’s criminal problems.

For those with a prior criminal conviction or pending criminal warrants the issue of passport re-issuance can be critical. The United States Embassy in Bangkok, Thailand and the United States Consulate-General in Chiang Mai assist with new passport re-issuance through their American Citizen Services Sections. If one is currently wanted in a US jurisdiction, then the Consular Officers at American Citizen Services are unlikely to issue a new passport or travel document until the American (or foreign national)  in question returns to the United States to deal with the pending matter.

Of further importance to many non-US Citizens with pending American criminal warrants is the effect of criminal proceedings upon one’s ability to acquire United States Immigration benefits (most importantly, a US visa). If one has an arrest or conviction for domestic violence, this fact could have a major impact upon one’s ability to petition for a K1 visa due to the provisions in the Adam Walsh Act and other relevant US law. Further, if one has a criminal conviction in the US, the underlying facts of the case could lead to a later finding of inadmissibility by a Consular Officer adjudicating a later visa application. In some cases, an I601 waiver may be available for those who are found to be inadmissible. Consulting with an attorney experienced in Immigration matters could provide insight regarding the Immigration ramifications of an American criminal conviction.

An American attorney in Thailand (or southeast Asia) could be of assistance to a client by acting as a liaison with American authorities or with other American attorneys. Simply providing legal advice regarding the impact of one’s prior choices could be a boon to some as well. No attorney can assist in evading US law, but a lawyer licensed in the United States could assist by providing legal counsel and advice regarding the ramifications of a client’s previous decisions.

more Comments: 04

31st October 2009

As reported previously on this blog, HIV is to be taken off of the list of communicable diseases which can cause an Immigrant to be deemed inadmissible to the United States of America. At the time of this writing, anyone who has HIV (Human Immunodeficiency Virus) is not admissible to the United States. This means that those infected with the virus must obtain an I-601 waiver of inadmissibility before they will be allowed to enter the United States. Under the new rule, this will no longer be the case.

To quote a document, provided courtesy of AILA, promulgated by the Department of Health and Human Services:

As a result of this final rule, aliens will no longer be inadmissible into the United States based solely on the ground they are infected with HIV, and they will not be required to undergo HIV testing as part of the required medical examination for U.S. immigration.

As a result of this rule change, it is highly likely that Embassy mandated medical examinations will be greatly altered as it will no longer be necessary for the Embassy-approved doctors (sometimes referred to as civil surgeons) to test prospective immigrants for HIV.

This rule change reflects the new policy of the United States government regarding HIV. Basically the Center for Disease Control and the authorities at the Department of Homeland Security no longer consider HIV a “communicable” disease as defined in the relevant provisions of  Immigration and Nationality Act. To further quote the aforementioned document:

While HIV infection is a serious health condition, it is not a communicable disease that is a significant public health risk for introduction, transmission, and spread to the U.S. population through casual contact.

Please note that this rule has not taken effect and until it does HIV is still considered a communicable disease in cases involving inadmissibility.

Although many laud the promulgation of this rule, there are those, particularly in the LGBT community who feel that the current Administration is not doing enough to provide immigration benefits to same sex couples. Many view this rule change as a “half measure” designed to placate advocates for gay rights as HIV has a major impact upon the gay and lesbian community.

Although this rule change will effect those with HIV who wish to enter the USA, it does not effect same-sex bi-national couples who cannot obtain US Immigration benefits for a foreign partner based upon the current federal laws which do not recognize same-sex marriage. There are many who feel that the rescission of this rule regarding HIV infected immigrants falls short of full immigration equality for all.

more Comments: 04

The hiring of a lawyer is an important decision that should not be based solely on advertisement. Before you decide, ask us to send you free written information about our qualifications and experience. The information presented on this site should not be construed to be formal legal advice nor the formation of a lawyer/client relationship.