Integrity Legal

4th October 2010

บทความนี้ขอนำเสนอมุมมองในการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาประเภทท่องเที่ยวสำหรับแฟนชาวต่างชาติของพลเมืองอเมริกัน

พลเมืองอเมริกันหลายคนต่างละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า กงสุลอเมริกันมีอิสระในการพิจารณาคำขอวีซ่าประเภทที่ไม่ใช่ผู้อพยพ ( non-immigrant)ซึ่งมีการยื่นคำขอจากทั่วโลก สิ่งที่ต้องตระหนักถึงคือ ในแต่ละปี ชาวอเมริกันทั้งชายและหญิงเดินทางออกนอกสหรัฐอเมริกาและพบกับคนที่พิเศษ ในสถานการณ์นี้อาจมีคำถามมากมายเช่น ต้องทำอย่างไรที่จะขอวีซ่าสำหรับแฟนชาวต่างชาติเพื่อเดินทางมาที่สหรัฐอเมริกา คำตอบสำหรับคำถามนี้อาจไม่ง่ายเหมือนจุดเริ่มต้น

อ้างถึงมาตรา 214(b) พระราชบัญญัติสัญชาติและการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่กงสุลในองค์กรของสหรัฐอเมริกา สถานทูตอเมริกา หรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาสันนิษฐานว่าผู้ยื่นคำขอวีซ่าประเภทที่ไม่ใช่ผู้อพยพ (non-immigrant )เป็นผู้ที่มีเจตนาที่จะอพยพเข้าเมือง เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น สิ่งเหล่านี้นำไปสู่การวิเคราะห์ข้อเท็จจริงโดยเจ้าหน้าที่กงสุลเจ้าหน้าที่กงสุลต้องเชื่อว่า ผู้ยื่นคำขอมีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นต่อประเทศของผู้ยื่นคำขอหรือประเทศอื่นๆนอกจากสหรัฐอเมริกาและต้องมีความผูกพันที่ไม่มากกับสหรัฐอเมริกา ในหลายๆกรณีการที่มีแฟนเป็นคนอเมริกันนั้นส่งผลให้ความผูกพันแน่นแฟ้นกับประเทศบ้านเกิดนั้นน้อยลงและนำไปสู่การปฏิเสธวีซ่าตามาตรา 214(b) เหตุผลนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่ควรที่จะแปลความหมายผิด เจ้าหน้าที่สามารถที่จะปฏิเสธคำขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ตามกฎหมายถ้าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถพิสูจน์ข้อสันนิษฐานตามมาตรา 214(b)

ด้วยเหตุผลที่สนับสนุน การที่จะพิสูจน์ให้ได้ตามมาตรา 214b แทบจะเป็นไปไม่ได้ในบางเขตอำนาจกงสุล สิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงจากตัวอย่างที่ผ่านมามีการใช้วีซ่าประเภทที่ไม่ใช่ผู้อพยพ(non-immigrant visa)ในทางที่ผิดส่งผลถึงคำขอของการปรับเปปลี่ยนสถานะกับบริการคนเข้าเมืองและพลเมืองอเมริกา (USCIS)ตามสถิตินี้ ข้อสันนิษฐานตามกฎหมายมาตรา 214(b)ทำไห้ไม่มีความหวังในการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกานั้นตั้งแต่เริ่มต้น

สิ่งที่ควรตระหนักถึงคือ มีหลายคู่ที่หลังจากทำความรู้จักซึ่งกันและกันและพัฒนาความสัมพันธ์ให้คงอยู่ตลอดไปสามารถที่จะรับสิทธิประโยชน์จากวีซ่าครอบครัวอเมริกัน แตกต่างจากวีซ่าประเภทไม่ใช่ผู้อพยพ (non-immigrant visa) ผู้ยื่นขอวีซ่าประเภทผู้อพยพ (immigrant visa) (หรือผู้สมัครวีซ่าที่มีวัตถุประสงค์สองอย่าง)ไม่ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของกงสุลตามมาตรา 214 (b)ของ INA ดังนั้นการที่จะขอวีซ่าประเภทK1, IR1 และ CR1 ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามมาตรา 214(b) อาจกล่าวได้ว่าการยื่นคำขอวีซ่านั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตและวีซ่าครอบครัวต้องมีความสัมพันธ์ที่แท้จริงที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากวีซ่าอเมริกา


Tags: , , , ,

Leave a Reply

The hiring of a lawyer is an important decision that should not be based solely on advertisement. Before you decide, ask us to send you free written information about our qualifications and experience. The information presented on this site should not be construed to be formal legal advice nor the formation of a lawyer/client relationship.