Integrity Legal

Posts Tagged ‘ทนายความอเมริกัน’

8th June 2011

บทความนี้เขียนถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทนายความอเมริกันให้คำแนะนำในกระบวนการของวีซ่าประเภทเค-วัน เป็นสิ่งที่ต้องตระหนักถึงในการที่จะขอคำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการขอคำปรึกษาในการทำวีซ่าก่อนที่จะทำการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญยากที่จะเปลี่ยนแปลง

วีซ่าประเภทเค-วันเป็นวีซ่าคู่หมั้นสหรัฐอเมริกาที่ไม่ถาวรซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อคู่หมั้นชาวต่างชาติของพลเมืองอเมริกัน วีซ่าประเภทเค-วันอนุญาตให้คู่หมั้นชาวต่างชาติของพลเมืองอเมริกันเข้าไปในสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลา 90 วันเพื่อวัตถุประสงค์ในการแต่งงาน ผู้ที่แต่งงานกับคูหมั้นภายหลัง 90 วันในสหรัฐอเมริกาจะต้องเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้อ่านควรจะพึงระลึกว่า การเข้าไปยังสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าเค-วันที่จะแต่งงานกับคู่รักต้องอยู่ในสถานะของกระบวนการเปลี่ยนสถานะผู้ที่จะได้รับสถานะผู้ที่มีถิ่นฐานถาวรในสหรัฐอเมริกา

วัตถุประสงค์ของบทความนี้เพื่อที่จะชี้ให้เห็นถึงมุมมองเกี่ยวกับการจัดการเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตที่จะปฏิบัติงานเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองในสหรัฐอเมริกา(หรือ กฎหมายอเมริกันใดๆ) ตามบทบัญญัติ 8 CFR 292.1 มีเพียงทนายความที่ได้รับใบอนุญาตในการปฏิบัติงานในอย่างน้อยหนึ่งรัฐหรือเขตอำนาจรัฐบาลกลางที่มีสิทธิที่จะเรียกค่าธรรมเนียมจากลูกความในเรื่องการว่าความกฎหมายคนเข้าเมือง ดังนั้นอาจจะไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับข้อจำกัดในวงแคบที่วางกฎเกณฑ์ไว้ก่อนหน้านี้โดยพฤติกรรมของคนเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เป็นสิ่งที่ต้องตระหนักถึงว่า ความเชื่อมั่นระหว่างทนายและลูกความนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญที่ควรจะพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของคุณสมบัติในบริบทการเข้าเมืองในต่างประเทศซึ่งเรียกว่า “ตัวแทนวีซ่า” หรือ “ที่ปรึกษาการเข้าเมือง” อ้างถึงคุณสมบัติในความเชื่อมโยงกับการเข้าเมืองสสหรัฐอเมริกา สิทธิประโยชน์ทนายและลูกความไม่ได้ขยายความไปถึงผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นทนายความอเมริกัน และจากกการอภิปรายแล้วผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นทนายความจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษ ในข
ณะเดียวกัน ผู้ที่แสดงตัว หรือแกล้งเป็นทนายอเมริกัน ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้รับสสิทธินี้

ด้วยเหตุผลที่กบ่าวมาแล้วในข้างต้นควรจะอ้างถึงทนายความที่มีความสามารถและไดรับใบอนุญาตจากสหรัฐอเมริกาในการที่จะให้คำแนะนำแก่ลูกความ ผู้อ่านควรที่จะทำความเข้าใจว่า ในบทความนี้ไม่ได้เชิญชวนให้มีการแต่งงานและไม่ใช่ความตั้งใจของผู้เขียนที่จะเขียนถึงการโฆษณาดังกล่าว บทความนี้เป็นบทความที่จะเตือนให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงการตัดสินใจที่ลูกความควรค้นหาข้อมูลในการเลือกทนายความ ความสัมพันธ์ระหว่างทนายความและลูกความไม่ใช่ “สิ่งที่เหมาะสำหรับฝ่ายเดียว” และเป็นคุณภาพในการบริการทางกฎหมายอีกด้วย ดังนั้นควรจะมีการหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะจ้างทนายความ

To view this posting in English please see: K1 Visa Thailand.

more Comments: 04

1st June 2011

เมื่อเร็วๆนี้มีสิ่งที่เป็นที่น่าสนใจคือ ตำแหน่งรีพลับลิกันที่เกี่ยวกับการแต่งงานเพศเดียวกันในเมืองโคลัมเบีย (วอชิงตัน ดี.ซี.) เป็นที่น่าจับตามองของทั้งสื่อและผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง อ้างโดยตรงจากบทความที่เขียนโดยเบน เพิร์ซชิ่งและเขียนในเว็บไซต์ของวอชิงตันโพสต์ ในวอชิงตัน ดอทคอม

ความพยายามที่ผ่านมา รีพลับลิกันอาจไม่ได้รับข้อแก้ตัวในปีนี้ในกฎหมายแต่งงานเพศเดียวกันของรัฐ ไม่มีพระราชบัญญัติที่ถูกยก และผู้ร่างกฎหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานสำหรับมาตรการบางอย่าง

สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา พึงระลึกถึงข้อเท็จจริงว่า สภาคองเกรสสหรัฐอเมริกานั้นรับผิดชอบในการบริหารเมืองหลักของสหรัฐอเมริกา ขอบเขตของอำนาจนั้นขยายไปในบริบทของรัฐเอกราชที่จะมีมุมมองในประเด็นระหว่างรัฐ แต่อย่างไรก็ตามรัฐของโคลัมเบียนั้นโดยลักษณะธรรมชาติแล้วแตกต่างจากรัฐเอกราชที่มีกฎเกณฑ์ทางกฎหมายและการวิเคราะห์ที่นำมาใช้ระหว่างรัฐที่แตกต่างกันอาจจะใช้กับรัฐที่แตกต่างกัน อ้างเพิ่มเติมจากบทความที่กล่าวถึง

ประธานการปฏิรูปรัฐบาลและสภา  แดร์แรล อิสซา (อาร์-แคลิฟ) กล่าวว่า เขารู้ว่าไม่มีการรณรงค์การยกเลิกกฎหมาย “กรรมการไม่มีความตั้งใจในการที่จะพลิกการแต่งงานของคู่เกย์” อิสซ่ากล่าวในเดือนนี้ แม้ว่าต่อมาเขาจะชี้แจงเพื่อตัวเองและไม่ได้เพื่อผู้ร่างกฎหมายแต่ละคน ผู้แทน เทรย์ โกว์ดี้ (อาร์-เอส.ซี.) ขณะนี้ดำรงตำแหน่งประธานของคณะกรรมการย่อย ตอบคล้ายๆกันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เขากล่าวในการสนับสนุนพระราชบัญญัติที่จะกลับกฎหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันถ้ามีการเสนอกฎหมาย แต่ไม่มีผลประโยชน์ใดๆกับความพยายามดังกล่าว “ข้าพเจ้าไม่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐดี.ซี. และไม่ได้ปรารถนาที่จะเป็น” กาวด์ดี้กล่าว ซึ่งสะท้อนเสียงวิจารณ์ในประเด็นท้องถิ่น ข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่มมีรีพลับบลิกันที่จะนำเสนอพระราชบัญญัติในปีนี้ที่จะส่งสัญญาณว่าใช้แผนที่จะใช้เทคนิคที่แตกต่าง

ผู้เขียนบล็อกแนะนำเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านควรคลิกไปยังลิงค์ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะดูบทความทั้งหมด

ผู้สังเกตการณ์กล่าวข้างต้นว่า หลักสำคัญของการวิเคราะห์ใดๆในประเด็นที่โจมตีกลุ่มเพศที่สามด้วยความหวังที่จะผ่านร่างกฎหมาย  เช่นพระราชบัญญัติการรวมครอบครัวอเมริกัน (UAFA) พระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิการแต่งงาน หรือพระราชบัญญัติการรวมตัวกันใหม่ของครอบครัว จากการสนับสนุนของสองฝ่ายนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ อ้างต่อว่า สิ่งที่ปรากฏว่า ยังคงมีนโยบายที่คงอยู่และสอดคล้องต่อกลุ่มของเพศที่สาม ปัจจุบันนี้มีสัญญาณที่บอกว่า “เป็นมิตร” กับสิทธิโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิของรัฐที่จะยกการประเด็นตามรัฐธรรมนูญในการยื่นพระราชบัญญัติคุ้มครองการแต่งงาน (DOMA)

ในปัจจุบันนี้ รัฐอิสระในสหรัฐอเมริกา เช่น คอมมอนเวลท์ของแมสซาชูเสสมีการเรียกร้องของประชาชนให้มีการวางมาตรการให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมายและ หรือ รับรองการแต่งงานหรือสถานะของเพศเดียวกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริง รัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาจะไม่ได้ให้สิทธิส่วนกลาง  (เช่น สิทธิประโยชน์การเข้าเมือง) แม้ว่ผู้ที่แต่งงานในเขตรัฐอิสระในสหรัฐอเมริกา

ในความเห็นของผู้เขียน ประเด็นเรื่องการแต่งงานของเพศเดียวกันในสหรัฐอเมริกาอาจจะได้รับการคลี่คลายโดยศาลสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นคดีที่ตัดสินโดยศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกา บทความนี้ให้ข้อคิดเห็นหลังจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อถือและความสุจริต และหลักพื้นฐานความเชื่อถือและความสุจริตของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา สิ่งที่พึงระลึกถึงคือ ผู้อ่านพึงเข้าใจว่า ประเด็นเหล่านี้ได้รับผลลัพธ์เต็มรูปแบบแล้ว

ในขณะเดียวกันเป็นสิ่งที่ปรากฏว่า นักเคลื่อนไหวในกลุ่มของเพศที่สามนานาชาติได้ดำเนินการที่จะให้สิทธิที่เท่าเทียมกันในส่วนอื่นๆของโลกในฐานะของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นที่ตีพิมพ์ในประเทศไทยรายงานว่า นักเคลื่อนไหวเพศที่สาม กำลังหาเสียงสนับสนุนทางการเมืองในประเด็นที่เกี่ยวกับการแต่งงานของเพศเดียวกันในการจัดการเลือกตั้งในประเทศไทย อ้างโดยตรงจากเว็บไซต์ที่เป็นทางการของเนชั่น เนชั่นมัลติมีเดีย ดอทคอม:

นักเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “เพศที่สาม” เช่น เกย์ เลสเบี้ยน และการแปลงเพศ ได้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อที่จะผ่านกฎหมายการแต่งงานเพศเดียวกัน นที ธีระโรจนพงศ์ ประธานของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ และกลุ่มการเมืองเกย์ของประเทศไทย และนักร้องที่แปลงเพศแล้วที่เป็นที่รู้จักคือ จิม ซาร่าห์ (สุจินรัตน์ ประชาไทย)กล่าวเมื่อวานนี้ว่า เขาไปยังพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทยวันนี้เพื่อที่จะถามถึงงสิทธิของเพศที่สามหากพรรคจะเป็นผู้นำในรัฐบาลต่อไป กลุ่มของพวกเขากำลังหาพันธะสัญญาจากหลายๆฝ่ายและเขาควรจะได้รับการสัญญาตามที่เขาสนับสนุนหลายๆฝ่าย

ผู้เขียนเว็บบล็อกนี้ขอแนะนำให้ผู้อ่านคลิกในลิงค์ข้างบนเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมจากมุมมองและบความที่กล่าวถึงข้างต้น

ผู้อ่านควรตระหนักถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการกล่าวถึงประเด็นเรื่องกลุ่มเพศที่สาม (LGBT) วัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและการพักผ่อน ประเทศไทยเป็นจุดหมายของนักเดินทางที่ทั้งกลุ่มเพศที่สามและคู่ของพวกเขา ตามที่อ้างถึง ภายใต้กฎหมายไทยยังไม่มีกการรอรับการแต่งงานของคู่เพศเดียวกัน ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่คู่เพศเดียวกันจะจดทะเบียนสมรสที่อำเภอ (สำนักงานเขต)ในแบบเดียวกับที่คู่ต่างเพศมีสิทธิ ตามที่กล่าวมาแล้ว สส.ของประเทศไทยอาจจะนำเอาประเด็นนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเด็นดังกล่าว ประเด็นนี้จะมีการนำไปเสนอในการเลือกตั้งอย่างไร เป็นสิ่งที่แสดงถึงความน่าสนใจของมัน

ในการวิเคราะห์ประเด็นการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาในบริบทของไทยพึงระลึกถึงว่า ถ้าประเทศไทยเริ่มที่จะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนสมรสของคู่เพศเดียวกันและสหรัฐอเมริกาผ่านการร่างกฎหมายตามที่กล่าวมาข้างต้น UAFA ซึ่งในอนาคตข้างหน้า คู่เพศเดียวกันท่เป็นชาวไทย อเมริกันสามารถที่จะจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยและใช้สิทธิประโยชน์ในเรื่องการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาเช่น วีซ่า เค-3, วีซ่าซีอาร์-1, หรือวีซ่าไออาร์1 ตามที่กล่าวมาแล้วนั้นต้องงอาศัยกระบวนการตามกฎหมายและนโยบายในปัจจุบัน

To view this post in English please see: legal.

more Comments: 04

11th May 2011

ในราชอาณาจักรไทย การให้บริการทางกฎหมายนั้นมีความจำเป็นต้องใช้บริการทนายความรับรองลายมือชื่อ แตกต่างจากประเทศอื่นๆหลายประเทศคือ การที่จะให้บริการการรับรองลายมือชื่อในประเทศไทยนั้นจะต้องเป็นทนายความผู้ได้รับใบอนุญาตว่าความก่อน

การให้บริการการรับรองลายมือชื่อนั้นเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางกฎหมายในประเทศไทย อาจจะไม่จำเป็นสำหรับบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนในไทย หรือ ทรัพย์สินในไทย แต่ในเรื่องการเข้าเมืองแล้วการรับรองลายมือชื่อมีความจำเป็นมาก  ในขณะเดียวกัน การรับรองเอกสารนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนอเมริกันที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ในประเทศไทย

บางสถานการณ์ อาจเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะได้รับบริการรับรองลายมือชื่อจากการรับรองลายมือชื่ออเมริกันในต่างประเทศ ในกรณีดังกล่าว มีวิธีที่จะทำการรับรองลายมือชื่อได้โดยการติดต่อ หน่วยบริการพลเมืองอเมริกันของสถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา และขอรับบริการการรับรองลายมือชื่อจากเจ้าหน้าที่กงสุล การที่จะเลือกใช้บริการของการรับรองของอเมริกัน หรือแบบไทยนั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของพฤติการณ์นั้น ไม่ว่าทนายความอเมริกัน หรือทนายความไทยนั้นสามารถที่จะรองรับความต้องการของผู้ที่ยังไม่มีความแน่นอนว่า จำเป็นจะต้องใช้บริการการรับรองลายมือชื่อประเภทใด

บริษัท อินทิกริตี้ ลีเกิ้ล (ประเทศไทย) จำกัด ภูมิใจที่จะให้บริการการรับรองลายมือชื่อโดยคิดค่าธรรมเนียมเพียง 200 บาทและภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ค่าบริการโนตารีนั้นอินทิกริตี้ ลีเกิ้ลไม่คิดค่าธรรมเนียมสูงมากเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการนี้ได้ ผู้ดูแลบล็อกนี้และทีมงานอินทิกริตี้ ลีเกิ้ลมีความตั้งใจที่จะให้บริการแก่ประชาชนในราคาที่สมเหตุสมผล

ผู้ที่จะใช้บริการการรับรองลายมือชื่อควรจะได้รับคำแนะนำที่จะต้องคำนึงถึงในบริบทของการรับรองลายมือชื่อของอเมริกันซึ่งไม่มีสิทธิที่จะปฏิบัติหน้าที่ทางกฎหมายเว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ บางครั้งมีการใช้คำที่คล้ายๆกัน เช่น โนตาริโอ หรือ เนตตาริโอ (ในนามของบุคคลทางอินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์) บางครั้งก็ผ่านการเป็นทนายความและนำชื่อโนตารีมาใช้ในทางที่ผิด หากต้องการคำแนะนำทางกฎหมายนั้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากผู้ที่มีประสบการณ์ทางกฎหมาย ในบริบทของการเข้าเมืองอเมริกันควรที่จะทำความเข้าใจว่า การปฏิบัติงานทางกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกานั้นได้รับอนุญาตให้มีเขตอำนาจในรัฐหนึ่งรัฐตามกฎระเบียบของรัฐบาลกลาง

ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะใช้บริการการรับรองลายมือชื่อของไทยจากอินทิกริตี้ ลีเกิ้ล กรุณา ติดต่อเรา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาคลิกที่: กฎหมาย

To view this posting in English please see: Thai Notary.

more Comments: 04

17th January 2011

อาชีพทางกฎหมายนั้นมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆทาง การเพิ่มขึ้นของการบริการทางกฎหมายที่จ้างหน่วยงานอื่นส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของบุคคลและบริษัทกฎหมายมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ธุรกิจอเมริกันต่างมีความพยายามมากขึ้นที่จะวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบริการทางกฎหมาย ไม่ว่าเราจะพูดถึงอาชีพทางกฎหมายอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ เป็นเรื่องง่ายที่จะเป็นทนายความ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทนายความใหม่ๆไม่ได้หมายความว่าจะร่ำรวยได้โดยอัตโนมัติหรือแม้แต่จะได้รับการว่าจ้าง ในความเป็นจริงแล้ว อาชีพทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกาอาจจะไม่งดงามอย่างที่ใครหลายๆคนคิด อย่างน้อยที่สุดคือผู้ที่จบจากโรงเรียนกฎหมายมาใหม่ๆ เมื่อไม่นานมานี้มีบทความในนิวยอร์กไทม์ที่ชื่อว่า “โรงเรียนกฎหมายแพ้เกมหรือไม่” เขียนโดยเดวิด เซเกิล เกี่ยวกับการตรากตรำทำงานหนักของผู้ที่เพิ่งจบจากโรงเรียนกฎหมายและกิจกรรมของผู้จบการศึกษา มันไม่ใช่บทความที่ช่วยยกระดับของทนายความอเมริกันด้วยวิสัยทัศน์ของการแข่งรถและเงินเดือนหกหลักอยู่ในแถวหน้า อ้างโดยตรงจากบทความที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

ใบปริญญาจำนวนมาก ความขาดแคลนงานและสถิติการจ้างงานในปัจจุบันยอมให้ผลผลิตของนักกฎหมายใหม่ๆผู้ที่จำนองอนาคตกับพฤติกรรมที่ไม่ผิดๆ คุณสามารถที่จะยกตัวอย่างความเดือดดาลและคำติเตียนได้ในบล็อกของโรงเรียนกฎหมาย อย่างเช่น Shilling Me Softly, Subprime JD และ Rose Colored Glasses.

ทุกคนเกลียดทนายความจนกว่าพวกเขาจะต้องการทนาย บล็อกเกอร์ชื่นชอบสมาชิกในแวดวงกฎหมายที่อ้างถึงในภาพยนตร์เรื่อง The Rainmaker ชอบในเรื่องขำขันของทนายแต่อาชีพกฎหมายในสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องชั้นสูงซึ่งต้องทำโดยทนายความ นั่นคือเหตุที่ว่าทำไมผลกระทบของระบบเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มว่าตกต่ำลงในอาชีพทางกฎหมายจึงมีปัญหา ในทางปฏิบัติทางกฎหมาย ทนายความต่างต้องการได้รับการฝึกฝนและคำแนะนำในทางกฎหมายและในหลายๆทางที่เป็นไปได้ นอกจากนี้ โรงเรียนกฎหมายควรที่จะฝึกฝนการเรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายและการประยุกต์ใช้ไม่ใช่การเรียนรู้ที่จะดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ มันจะปรากฏอยู่ในบางโรงเรียนกฎหมายที่มีการสร้างผลตอบแทนที่จูงใจในค่าใช้จ่ายทั้งหมดของอาชีพทางกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีงานทางกฎหมายน้อยและมีผู้ที่จบปริญญาทางกฎหมายมากแต่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของตลาดในปัจจุบัน โรงเรียนกฎหมายไม่ควรที่จะพยายามลดจำนวนนักเรียนให้น้อยลง   ทนายความใหม่ๆที่มีพื้นฐานมาจากการท่องจำ ความต้องการงานที่เพิ่มมากขึ้นแต่ตัวเลขงานที่แท้จริงกลับลดลงแต่ผู้ที่ต้องการงานกลับเพิ่มขึ้น

ดูเหมือนว่าเป็นความพยายามที่จะได้ผลประโยชน์ ผู้ซึ่งโชคมักจะมากับผู้ที่มีการศึกษาด้านธุรกิจทางกฎหมายในมุมมองของทนายความใหม่ แต่อย่างไรก็ตามในโลกแห่งความเป็นจริงสำหรับทนายใหม่แล้วย่อมไม่มีหวัง บทความจากนิวยอร์ก ไทม์กล่าวต่อไปว่า

แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้ว่า โรงเรียนกฎหมายจะสรุปว่า ชีวิตของเด็กจบใหม่เต็มไปด้วยความหอมหวาน ในปี 1997เมื่อแหล่งข่าวสหรัฐได้เปิดเผยสถิติเป็นครั้งแรกว่า เด็กจบใหม่จะถูกจ้างงานในเก้าเดือนหลังจากจบการศึกษา โรงเรียนกฎหมายรายงานว่า อัตราการจ้างงานนั้นประมาณ 84 % การจัดอันดับของแหล่งข่าวสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆนี้กล่าวว่า กว่า 93เปอร์เซ็นต์ของเด็กจบใหม่นั้นมีงานทำ แต่อีกเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์นั้นว่างงาน

ในโลกของสถิติ  ผู้ที่จบจากโรงเรียนกฎหมายจำนวนมากไม่ค่อยที่จะวุ่นวายซึ่งพวกเขากำลังถูกจัดอันดับ โรงเรียนจำนวนมากแม้แต่โรงเรียนที่ไม่ติดอยู่ในอันดับ 40 โรงเรียนของอเมริกา แต่ละรัฐต่างเสนอเงินเดือนในภาคเอกชนเฉลี่ยประมาณ $160,000 แทบจะไม่เหมือนกับผู้ที่จบจากฮาร์วาร์ดหรือเยลล์ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ

โรงเรียนกฎหมายบรรยายภาพของภาวะข้าวยากหมากแพงนี้อย่างไร

“มาตรฐานของ Enronกลายมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ”วิลเลี่ยม แฮนเดอร์สันแห่งมหาวิทยาลัยอินเดียน่ากล่าว หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายที่ถามสมาคมเนติบัณฑิตอเมริกาเพื่อที่จะยกระดับการที่โรงเรียนกฎหมายประเมินตัวเอง “ทุกๆครั้งที่ดูข้อมูล ผมรู้สึกไม่ค่อยพอใจ”

สถานการณ์ที่ค่อนข้างไร้สาระ โรงเรียนกฎหมายในสหรัฐอเมริกานั้นสร้างภาพให้ผู้ที่จบการศึกษาทางกฎหมายเพื่อที่จะทำให้มีนักเรียนเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันอาชีพทางกฎหมายนั้นได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในแง่ของเศรษฐกิจในฐานะที่ธุรกิจสหรัฐเริ่มที่จะว่าจ้างบริษัทกฎหมายนอกหน่วยงานมากขึ้นและตัวเลขของงานตกต่ำลงเรื่อยๆ อ้างถึงนิวยอร์กไทม์:

ในวันนี้ J.D.หลายๆคนทำงานกับอาชีพที่ไม่เกี่ยวกับกฎหมายและพวกเขาก็สามารถปลดหนี้ได้เรื่องราวของทนายใหม่ที่อยู่ในกองทัพหรือที่ลูลูลีมอน หรือพี่เลี้ยงเด็กอย่างคาร์ลี่ โรเซ็นเบิร์กซึ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียนกฎหมายบรูคลินปี 2009

“ฉันเดาว่า ฉันเป็นประเภทที่ใครบางคนสามารถทำให้ฉันเกาะเกี่ยวไว้”เธอส่งประวัติการทำงานประมาณ 15 ถึง 20 ฉบับ ตั้งแต่เดือนมีนาคมเมื่อเธอสอบผ่านเนติ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เจสัน บอร์นได้รับรายได้ 33เหรียญดอลลาห์สหรัฐต่อชั่วโมงในขณะที่มีหนี้มากกว่า $200,000 ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาเรียนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในตอนปริญญาตรีและปริญญาโท

เรื่องราวที่กล่าวมานั้นค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องที่รบกวนแต่สิ่งหนึ่งที่ผู้อ่านควรตระหนักถึงทนายความที่ได้รับใบอนุญาตสามารถที่จะฝึกฝนทางกฎหมายได้ในเขตนั้นๆ พวกเขาไม่ได้ต้องการงาน บล็อกเกอร์ใช้คำเรียกคำหนึ่งว่า Millenials ซึ่งดูเหมือนเป็นการอธิบายไอเดียเกี่ยวกับงาน อาชีพทนายความเป็นอาชีพของเขาหรือเธอ ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถที่จะเข้าไปทำงานในบริษัทกฎหมายสามารถที่จะเริ่มฝึกงานกฎหมายได้ด้วยตนเอง ในตอนเริ่มต้นค่าตอบแทนอาจจะไม่ดีและมีแนวโน้มว่า จะไม่ได้มีลูกความต่อแถวเพื่อใช้บริการมากมายนัก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการคอยรับโทรศัพท์หรือการเป็นพี่เลี้ยงเด็ก นักเรียนกฎหมาย หรือทนายความควรจะเรียนรู้การที่จะหหาเงินในระหว่างที่เรียนอยู่และช่วงที่จบการศึกษา ผู้เขียนบล็อกเคยทำงานล่วงเวลาในคาสิโนช่วงที่เรียนกฎหมายซึ่งเป็นแค่ช่วงเวลาที่อยู่ในระหว่างจบการศึกษา อย่างไรก็ตามข้อเสนอของงานต่างๆก็มาพร้อมกับการเป็นเนติบัณฑิต

เห็นได้ชัดว่า โรงเรียนกฎหมายในสหรัฐอเมริกา เนติบัณฑิตของสหรัฐ และรายงานของโลกและข่าวสหรัฐต้องการแสดงให้เห็นถึงมุมมองของชีวิตหลังการเรียนจบกฎหมายซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการเข้ามาเรียนกฎหมาย แต่ความเข้าใจผิดนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในนักเรียนกฎหมาย และนักกฎหมาย ผู้เขียนอยากจะพูดถึงนักเรียนที่กู้ยืมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการเรียนกฎหมาย ผู้เขียนได้อ้างถึงบทความอื่นๆของค่าใช้จ่ายนักเรียนกฎหมาย

เขาเช่าอพาร์ทเมนท์ เขาใช้เวลากว่าเดือนในการเรียนที่ตอนใต้ของฝรั่งเศสและกว่าเดือนในปราค ทั้งหมดนี้เป็นเงินกู้ยืม  มีการกู้ยืมเงินค่าใช้จ่ายและค่าเรียนประมาณ $33,000 ต่อปี และเงินกู้ยืม $15,000 เป็นค่าเรียนเนติ

วันนี้สิ่งที่ดีที่สุดคือ การส่งเงิน $2,000 ถึง 3,000 ต่อเดือนแก่ผู้ให้กู้ยืมอย่างเช่น เวลล์ ฟาร์โก้, ซิตี้แบงก์ และแซลี่ เม

เป็นเรื่องยากที่จะโต้เถียงว่า ชายคนนั้นควรเลือกที่จะจ่ายค่าเรียนตั้งแต่ที่เขาไม่มีความหวังที่จะได้รับปริญญาทางนิติศาสตร์ แต่โดยทั่วไปแล้วการเรียนกฎหมายอเมริกันในทางใต้ของฝรั่งเศสด้วยเงินกู้ยืมนั้นเป็นจำนวนนน้อยกว่าการต้องใช้อย่างประหยัด นอกจากนี้หนึ่งเดือนในปราคดูเหมือนว่าเป็นช่วงเวลาของวันหยุดพักผ่อนมากกว่าเป็นช่วงแห่งการเรียนเนื่องจากไม่มีการกล่าวถึงเรื่องเรียนที่นั่น นอกจากนี้โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนไม่เคยเข้าใจความจำเป็นของการกู้ยืมเพื่อสอบเนติบัณฑิต ในขณะที่เรียนสำหรับสอบเนติบัณฑิตนั้นผู้เขียนเห็นว่าน่าจะกู้ยืมเพื่อการศึกษาแต่ท้ายที่สุดของการตัดสินใจแล้วน่าจะทำงานเท่าที่จะเป็นไปได้และประหยัดค่าใช้จ่ายอื่น(ซึ่งหมายถึงการกลับไปอยู่บ้านและพยายามที่จะสอบผ่านเนติบัณฑิตเพื่อความก้าวหน้าต่อไป)

เงินทุนกู้ยืมเพื่อที่จะเรียนเนติบัณฑิตไม่ได้เป็นความละเลย แต่ข้อเท็จจริงแล้วเงินกู้ยืมนั้นยังคงที่จะรักษาขอบเขตระหว่างการจบการศึกษากฎหมายและการสอบผ่านเนติบัณฑิต แต่การที่จะเพิ่มภาระหนี้มากขึ้นคือการเรียนเนติบัณฑิตในทางใต้ของฝรั่งเศสซึ่งบางครั้งต้องมีการตัดสินใจที่ดี หลายๆคนคิดว่า การกู้ยืมเงินสำหรับสอบเนติบัณฑิตควรที่จะคิดคำนึงดีๆก่อนที่จะตัดสินใจเนื่องจากการสอบอาจจะไม่ผ่านในครั้งแรกอาจจะต้องใช้ความพยายามและพยายามต่อไป สิ่งที่ถูกลืมไปในระหว่างการจบการศึกษากฎหมายและการสอบผ่านเป็นเนติบัณฑิตอาจจะไม่ใช่ที่ที่ดีแต่การเดินทางไปฝรั่งเศสและปราคอาจจะไม่อยู่ในมุมมองกฎหมายทั่วไป

ตามที่เห็นได้ในบทความที่น่าสนใจนี้และผู้ที่อ่านบทความนี้ควรที่จะอ่านเรื่องราวทั้งหมดสำหรับตัวเขาเอง การฝึกฝนทางกฎหมาย และอาชีพทางกฎหมายซึ่งไม่ใช่การพิสูจน์ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามเรื่องเกี่ยวกับการเงินของผู้สมัครเรียนกฎหมาย นักเรียน ผู้ที่จบการศึกษา และทนายความอาจจะช่วยลดเรื่องการว่างงานกับหนึ่งในสี่ส่วนล้านเหรียญสหรัฐ อาจกล่าวได้ว่า โรงงเรียนกฎหมายควรจะเป็นธุรกิจที่ให้ความรู้ทางกฎหมายและไม่สามารถที่จะอุทิศตัวให้กับตัวเลขที่สวยงามในข่าวของสหรัฐ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วิธีการทางเศรษฐกิจใหม่นี้สามารถที่จะดำเนินการโดย  ABA และข่าวสหรัฐซึ่งเป็นการเปิดมุมมองที่ดีทางกฎหมายแก่นักกฎหมายรุ่นใหม่หลังจากที่จบกฎหมายและหรือผ่านเนติบัณฑิตมากกว่าที่จะเป็นสิ่งที่เคยโดเด่นอยู่ในโรงเรียนกฎหมายเหนือตนอื่น

To view this posting in English please see: Legal.

more Comments: 04

27th April 2010

ภายใต้มาตรา 214b แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและสัญชาติ เจ้าหน้าที่กงสุลสามารถปฏิเสธวีซ่าชั่วคราว ( เจ วัน , เอฟ วัน, บี วัน และ บี ทู ) หากเชื่อว่าคนต่างด้าวผู้ยื่นขวีซ่าไม่สามารถโต้แย้งข้อสันนิษฐานว่าจะอพยพเข้าเมืองได้ ในบางกรณี กงสุลาจจะออกวีซ่าท่องเที่ยวให้ แต่คนต่างด้าวก็อาจถูกปฏิเสธขณะจะเข้าประเทศได้เช่นกัน

คนต่างด้าวได้รับวีซ่าแล้วแต่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศได้อย่างไร ? มีความเข้าใจผิดๆที่ว่า ถ้าได้วีซ่าแล้วก็เท่ากับว่า มีสิทธิเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ อันที่จริง เจ้าหน้าที่ศุลกากรและ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีดุลยพินิจที่จะปฏิเสธคนต่างด้าวไม่ให้เข้าเมืองได้ ถ้าเชื่อว่ามีเหตุให้ปฏิเสธ หากว่าเจ้าหน้ามีมีเหตุให้เชื่อว่าคนต่างด้าวมีวัตถุประสงค์อพยพ ก็มีสิทธิปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองและยังมีอำนาจดุลพินิจในการเร่งส่งตัวกลับเพื่อจัดการให้คนต่างด้าวออกนอกประเทศได้อีกด้วย

ความในพระราชบัญญัติสัญชาติกล่าวว่า

ตามมาตรา 212 (a)(7)(A)(i) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและสัญชาติ ผู้อพยพคนใด ในขณะที่ยื่นคำขอเข้าเมือง :

ไม่ได้ถือวีซ่าถาวรที่ยังไม่หมดอายุ คำขอกลับเข้ามาใหม่ หรือหนังสือสำคัญประจำตัวในการผ่านด่าน หรือหนังสือสำคัญอื่นๆที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและสัญชาติ และหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ หรือ เอกสารเดินทางอื่นๆที่ใช้ได้ในลักษณะเดียวกันภายใต้กฎเกณฑ์คนเข้าเมือง หรือวีซ่าที่ไม่ได้ออกให้โดยสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติสัณชาติและคนเข้าเมืองสามารถถูกกันไม่ให้เข้าเมืองได้ (จากสหรัฐอเมริกา )

การขอละเว้นโทษมีอยู่ภายใต้มาตรา 212(k) ซึ่งสำนักอัยการสูงสุดพอใจว่าการกันไม่ให้เข้าเมืองนั้นไม่สามารถทราบได้ และไม่สามารถทราบได้แน่นอนโดยดุลวินิฉัยของคนต่างด้าวนั้นก่อนที่ยานพาหนะจะออกเดินทางมาจากจุดหมายนอกประเทศสหรัฐอเมริกา และนอกดินแดนรัฐอารักขา หรือในกรณีที่คนต่างด้าวนั้นมาจากรัฐอารักขา ให้ใช้เวลาก่อนที่คนต่างด้าวจะยื่นขอให้รับเข้าเมือง

อำนาจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดังที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นแสดงให้เห็นเหตุผลในการที่ต้องขอวีซ่าให้ถูกประเภทแทนที่จะพยายามลอดช่องโหว่ของกฎหมายคนเข้าเมือง ตัวอย่างเช่น มีคนอเมริกันบางคนที่มีคนรักเป็นบุคคลสัณชาติไทยและหวังที่จะนำเขาหรือเธอเหล่านั้นไปอเมริกาโดยมีจุดประสงค์ที่จะสมรสหรือเพื่อปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นผู้พำนักอาศัยถาวร หรือผุ้ถือกรีนการ์ด โดยทั่วไปแล้ว วีซ่าเค วัน ( รู้จักกันในชื่อวีซ่าคู่หมั้น ) เป็นวีซ่าที่เหมาะกับวัตถุประสงค์นี้ที่สุด อย่างไรก็ดีบางคนเลือกที่จะขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาเนื่องจากวีซ่าคู่หมั้นใช้เวลานานประมาณ 6-7 เดือน ในขณะที่วีซ่าท่องเที่ยวใช้เวลาสองถึงสาม สัปดาห์เท่านั้น การถูกปฏิเสธที่ด่านคนเข้าเมืองขณะจะเข้าเมืองทำให้เสี่ยงต่อการถูกส่งตัวกลับและยังต้องเสียเงินไปกับการขอวีซ่าและค่าเดินทางแต่กลับเข้าประเทศไม่ได้ การถูกกันตัวออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาอาจส่งผลให้ถูกแบนไม่ให้เข้าเมืองในคราวต่อไปได้ ได้หากว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเห็นว่าการเข้าประเทศเป็นไปโดยจงใจให้เจตนาเท็จแก่เจ้าหน้าที่ ในกรณีเช่นว่านี้จะต้องขอละเว้นโทษเท่านั้น ซึ่งเรียกว่า I601 waiver

การถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองไม่ทำให้ถุกส่งตัวกลับทันที เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจดุลพินิจที่จะอนุญาตให้คนต่างด้าวถอนคำขอเข้าประเทศได้และออกจากประเทศโดยเสียค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง แต่การใช้วีซ่าชั่วคราวโดยไม่ถูกต้องทำให้เกิดความเสี่ยงในกาลต่อมาที่จะถูกส่งตัวออกนอกประเทศและคนที่กำลังหาลู่ทางไปสหรัฐอเมริกาสก็ควรจะจำเรื่องนี้ใส่ใจไว้เมื่อศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐ

more Comments: 04

23rd April 2010

For information in English please see: I-212.

สำหรับผู้ที่เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยวีซ่าชั่วคราว มักจะต้องมีเจตนาไม่ต้องการอพยพเป็นหลัก หมายความว่า ผู้ที่เข้าประเทศจะต้องตั้งใจว่าจะอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราว และไม่มีเจตนาจะลงหลักปักฐานในสหรัฐอเมริกาเป็นการถาวร สหรัฐอเมริกากำหนดให้ต้องมีเจตนาไม่อพยพทั้งกับวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน และวีซ่าแลกเปลี่ยน สำหรับแต่ละประเภท ผู้ที่จะเข้าประเทศอาจโดนปฏิเสธวีซ่าตั้งแต่ที่สถานทูต หรือที่ด่านคนเข้าเมืองที่สหรัฐอเมริกาก็ได้ และเนื่องจากความเสี่ยงที่จะโดนปฏิเสธ จึงแนะนำให้ยื่นขอวีซ่าให้ตรงกับเจตนาในการเข้าเมืองของคุณ

ในทางกลับกัน คงจะไม่ดีหากจะขอวีซ่าถาวรหากว่าคู่สมรสมีไม่มีเจตนาที่จะย้ายถิ่นฐานไปสหรัฐอเมริกา ในกรณีเช่นนี้ เจตนาอาจจะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ยาก แต่ก็ยังแนะนำให้มีเจตนาที่แท้จริงในการที่จะพำนักอาศัยอยู่ที่สหรัฐเมริกาจะดีกว่า

แต่แม้จะมีปัญหาสองอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ก็ยังคงมีทางสายกลาง ให้คุณเลือก ทางสายกลางที่ว่าก็คือทฤษฎีสองเจตนา ทฤษฎีนี้มาจากความคิดที่ว่ามีหลายๆกรณีที่วีซ่าสหรัฐอนุญาติให้คนต่างด้าวอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราวในขณะที่มีเจตนาอพยพ ทฤษฎีนี้มาจากความจำเป็นที่เกิดจากกรณีคนต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัยและทำงานในสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าชั่วคราวและอยากได้กรีนการ์ด หน่วยงานคนเข้าเมืองของสหรํฐเข้าในดีว่ากรณีเช่นนี้ในบางกรณีสมควรได้รับการยอมรับและส่งเสริม

ตัวอย่างของการมองหาประเภทวีซ่าที่เหมาะกับตนเองอีกอย่างหนึ่งคือ กรณีวีซ่า เค วัน วีซ่าคู่หมั้น ซึ่งเป็นวีซ่าไม่ถาวร แต่คนต่างด้าวเข้าสหรัฐอเมริกาเพื่อไปอยู่กับคู่หมั้น เพื่อแต่งงาน และปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นผู้ถือกรีนการ์ดตามลำดับ ดังนั้น วีซ่าเค วัน จึงเป็นวีซ่าที่มีสองเจตนา ซึ่งอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวได้ 90 วัน แต่ให้โอกาสในการขอกรีนการ์ด

นอกจากนี้ วีซ่า เค ทรี เป็นวีซ่าที่มีสองเจตนาเช่นกัน เนื่องจากโดยพื้นฐานแล้วเป็นวีซ่าไม่ถาวร แต่เมื่อเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ผู้ถือวีซ่าจะต้องปรับเปลี่ยนสถานภาพ เนื่องจากวีซ่าเค ทรี ไม่ใช่กรีนการ์ด การใช้วีซ่าเค ทรี เข้าออกสหรัฐได้ถูกยกเลิกไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจาก ระยะเวลาขอวีซ่าถาวรลดลง ในขณะที่ระยะเวล่าขอวีซ่า เค ทรี เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

วีซ่า แอล วัน และ เอช วัน บี สำหรับผู้ทำงาน เป็นอีกตัวอย่างของวีซ่าชั่วคราวที่ให้มีสองเจตนาได้ แม้ว่าวีซ่าประเภทเหล่านี้เป็นไปโดยพื้นฐานการจ้างงาน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู  วีซ่าอเมริกา

more Comments: 04

The hiring of a lawyer is an important decision that should not be based solely on advertisement. Before you decide, ask us to send you free written information about our qualifications and experience. The information presented on this site should not be construed to be formal legal advice nor the formation of a lawyer/client relationship.